หน้าแรก
ฟูลมูนปาร์ตี้
แบล็คมูนปาร์ตี้
 
มารู้จักเกาะพะงันกันเถอะ
จะไปเที่ยวเกาะพะงันได้อย่างไร
ที่พักที่ไหนดี
ไปเที่ยวที่ไหนดี
ท่องเที่ยวแบบผจญภัย
ของดีเมืองพะงัน
 
บอร์ด
แนะนำให้เพื่อน
ติดต่อเรา

 

นามพระราชทาน

พระพุทธเจ้าหลวงทรงฉายร่วมกับข้าราชบริพาร

สิ่งที่ชาวเกาะพงัน ภาคภูมิใจ ถือเป็นเกียรติประวัติอันสูงส่งของแผ่นดิน ก็คือ การที่สถานที่ในเกาะพงัน ได้รับพระราชทานนาม จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช พระพุทธเจ้าหลวงของปวงพสกนิกรชาวสยาม

สถานที่ที่ได้รับพระราชทานนาม ประกอบด้วย

1. ธารเสด็จ

ข้อความตอนหนึ่งในจดหมายเหตุ กล่าวว่า

"วันศุกร์ เดือน 9 แรม 9 ค่ำ (วันที่ 31 สิงหาคม ร.ศ. 107 - พ.ศ.2431) ทอดที่เกาะพงันด้านตะวันออก เวลา 5 โมงเสด็จขึ้นบกไปที่ลำธารน้ำตก.....
ธารน้ำตกแห่งนี้ มีปรากฎในแผนที่บอกแต่ว่า มีน้ำจืด ครั้นเสด็จไปทอดพระเนตรเห็นเป็นลำธารใหญ่เป็นที่สนุกสบาย จึงพระราชทานนามว่า "ธารเสด็จ" เป็นที่โปรดเสด็จประพาสต่อมาจนตลอดรัชกาล"

รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าให้จารึกชื่อ ธารเสด็จที่ก้อนศิลา ในลำธาร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม ร.ศ.108 (พ.ศ.2432) วันแรม 6 ค่ำ เดือน 8 ปีฉลู ดั่งความตอนหนึ่งในพระราชหัตถเลขา ว่า

"วันที่ 18 ล่องจะไปทอดที่ในช่องสมุยอีก ลมจัดทอดไม่ได้ ฉันชอบใจลำธารที่ อ่าวเสด็จ จึงให้กลับมาทอดที่นั่น ขึ้นไปอาบน้ำอีกวันหนึ่ง ให้จารึกที่น้ำตกแรก หน้าต้นกร่าง ซึ่งเป็นที่พักบอกชื่อไว้ว่า "ธารเสด็จ" และจะให้พระยาไชยาทำศาลาไว้ในที่นั้นด้วย"

2. ธารประพาศ

ได้รับพระราชทานนาม เมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2432 วันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ปีฉลู ร.ศ.108 ดังปรากฎในจดหมายเหตุว่า

"วันที่ 5 ...แล้วเสด็จกลับลงมาที่น้ำตก จารึกศิลาพระราชทานชื่อลำธารว่า ธารประพาศ แล้วสรงน้ำที่ลำธารประ พาศนั้น พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า"

3. ธารประเวศ

พระราชทานนาม เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2441 วันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 8 ปีจอ ร.ศ.117 ดังข้อความในจดหมายเหตุว่า

"วันที่ 25... เวลาบ่ายโมงครึ่งเสด็จกลับจากน้ำตกมาถึงหน้าผาต้นทาง ทรงจารึกอักษรที่หน้าผาพระราชทานนามธารน้ำตกนี้ว่า "ธารประเวศ" โปรดเกล้าฯให้กรมการจารึกต่อไป"

นอกจากนามพระราชทานทั้ง 3 นามแล้ว สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวเกาะพงัน ที่ได้มีสิ่งที่เป็นเสมือนพระบรมราชานุสรณ์แห่งองค์พระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช ก็คือ รอยพระจารึก ทั้งที่เป็น รอยพระราชหัตถเลขา และที่ได้โปรดเกล้าฯ ให้จารึก อันยังคงทรงสถิตยั่งยืนอยู่ตามก้อนศิลาหินผาต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. พระปรมาภิไธย (ย่อ) จ.ป.ร.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจารึก พระปรมาภิไธย ย่อ จ.ป.ร. ไว้เป็นเสมือนหนึ่ง รอยพระราชานุสรณ์ ในอำเภอเกาะพงัน จำนวน 6 แห่งด้วยกัน กล่าวคือ

1.1 ธารเสด็จ ณ ลำธารแห่งนี้ มีจารึก พระปรมาภิไธย ย่อ จ.ป.ร. อยู่ 3 แห่งด้วยกันคือ

1.1.1 ศิลา จ.ป.ร. หนึ่ง
ทรงจารึกเมื่อวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2431 พร้อมเลข จ.ศ. หมายปีที่เสด็จ 1250 ก้อนศิลานี้ ด้านหนึ่งทรงจารึก จ.ป.ร. (เป็นแห่งแรกในเกาะพงัน) อีกด้านหนึ่ง จารึก เลข จ.ศ. หมายปีที่เสด็จ ตลอดรัชสมัย รวมจำนวนทั้งหมด 10 จ.ศ. เพื่อการจำแนก ขอเรียกศิลานี้ว่า ศิลา จ.ป.ร. หนึ่ง
1.1.2 ศิลาคลองสาม
ทรงจารึกเมื่อวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2432 พร้อมเลข ร.ศ. หมายปีที่เสด็จ 108 คลองสาม เป็นชื่อที่ชาวเกาะเรียกคลองนี้ ตามจำนวนพระจารึก จ.ป.ร. ที่มีอยู่ในลำธารสายนี้ 3 แห่งด้วยกัน ปัจจุบันมีการขยายความว่า คลองหน้าวัดท้องนาง
1.1.3 ศิลาสามรัชกาล
ทรงจารึกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2444 พร้อมเลข จ.ศ. และ ร.ศ. หมายปีที่เสด็จ "จ 1263 รศ 120" ภายหลัง รัชกาลที่ 7 และรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9 ) ทรงจารึกพระปรมาภิไธย ย่อ ป .ป.ร. และ ภ.ป.ร. พร้อมปี และวัน เดือน ปีที่เสด็จ ที่ก้อนศิลานี้ จึงขอเรียกว่า ศิลาสามรัชกาล ที่ ตั้งของศิลาก้อนนี้ อยู่ใกล้พลับพลาของรัชกาลที่ 5 และไม่ห่างจากชายทะเลมากนัก

1.2 ธารประพาศ

ทรงจารึกเมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2432 พร้อมเลข ร.ศ. หมายปีที่เสด็จ "108" อยู่ เกือบสุดปลายธาร ด้านเหนือของชื่อธาร

1.3 ธารประเวศ

ทรงจารึกเมื่อวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2441 พร้อมเลข ร.ศ.หมายปีที่เสด็จ "117" อยู่ด้าน เหนือของลำธาร

1.4 เกาะเต่า

ทรงจารึกเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2442 พร้อมเลข ร.ศ. หมายปีที่เสด็จ "118" เกาะเต่า เป็น เกาะอีกเกาะหนึ่ง มีสถานะเป็นตำบลของอำเภอเกาะพงัน

2. อักษรจีนย่อ

ทรงจารึกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2443 พร้อมเลข ร.ศ. หมายปีที่เสด็จ "119" จารึกอยู่ด้านบนตัวอักษร ศิลาก้อนนี้อยู่ใกล้กับศิลาสามรัชกาล

3. อักษรชื่อธาร

ดังได้กล่าวแล้วในตอนต้น

4. ตัวเลขหมายปีที่เสด็จ

นอกจากที่ได้กล่าวแล้วในข้อ 1.1 - 1.4 และ ข้อ 2 ยังได้โปรดเกล้าฯ ให้จารึกตัวเลขหมายปีที่ เสด็จ ที่ ศิลา จ.ป.ร. หนึ่งอีกจำนวน 9 ครั้ง ดังนี้

4.1 จารึกเลข 1251 เมื่อวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2432
4.2 จารึกเลข 1252 เมื่อวันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2433
4.3 จารึกเลข 1258 เมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2439
4.4 จารึกเลข 1260 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2441
4.5 จารึกเลข 1261 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2442
4.6 จารึกเลข 1262 เมื่อวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2443
4.7 จารึกเลข 1263 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2444
4.8 จารึกเลข 1267 เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2448
4.9 จารึกเลข 1271 เมื่อวันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2452 (เป็นจารึกครั้งสุดท้ายและเป็นวันสุดท้ายที่ได้เสด็จพระราชดำเนินบนผืนดินเกาะพงัน ส่วนวันที่ได้ประทับบริเวณเกาะพงันเป็นครั้งสุดท้าย คือ วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2452 ได้ประทับบนเรือพระที่นั่ง หน้าอ่าววกตุ่ม กระทั่งประมาณ 11.00 น. เรือพระที่นั่งก็แล่นจากไป)

5. อักษรข้อความว่า "ต่อไปมีไร่"

ทรงจารึกเมื่อวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2432 ที่ศิลาคลองสาม จารึกใต้ พระปรมาภิไธย และเลข ร.ศ.หมายปีที่เสด็จ ดังความใน พระราชหัตถเลขาว่า

"วันที่ 16....ขึ้นถึงหลังเขาเป็นที่ราบ พบไร่พริกมะเขือกล้วยซึ่งพวกบ้านใต้ ขึ้นมาทำเรียกว่า ท้องชะนาง อยู่ในระหว่างยอดเขาสูงล้อม พื้นที่นี้สูงกว่าทะเล 550 ฟิต จึงได้ให้จารึกก้อนศิลาที่ปลายธารนั้นไว้อีกว่า ต่อไปมีไร่ ได้ตัวขุนจ่าเมือง หัวเมืองพงัน ให้มานำทางกลับ"

รัชกาลที่ 6 เสด็จลงสรง ณ ธารเสด็จ

นอกจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว พระมหากษัตริย์ไทย อีกหลายพระองค์ได้เสด็จเกาะพงัน พร้อมทั้ง ทรงจารึกพระปรมาภิไธย ไว้ที่ ธารเสด็จ กล่าวคือ

รัชกาลที่ 6 ทรงจารึก เมื่อ ร.ศ.130 (พ.ศ.2454) อยู่ใกล้ชิดกับ ศิลา จ.ป.ร.หนึ่ง

รัชกาลที่ 7 ทรงจารึก เมื่อ พ.ศ.2469 และ พ.ศ.2471 อยู่ที่ศิลาสามรัชกาล ตรงข้าม ศิลา จ.ป.ร. หนึ่งและอยู่ใกล้ ๆ กับ ศิลาคลองสาม

รัชกาลปัจจุบัน ทรงจารึก เมื่อ พ.ศ.2505 อยู่ที่ ศิลาสามรัชกาล และ บริเวณก่อนถึง ศิลา จ.ป.ร.หนึ่ง

นอกจากนั้น สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ทรงจารึก พระนามาภิไธย ย่อ ร.พ. ที่ ธารเสด็จอีก 2 - 3 แห่งด้วย

ธารเสด็จ จึงเป็นธารแห่งประวัติศาสตร์ ธารสรงของพระมหากษัตริย์ ธารที่พระปิยมหาราชาทรงโปรดเสด็จ เป็นธารศักดิ์สิทธิ์ที่ควรค่าแก่การธำรง อนุรักษ์ ด้วยการพร้อมใจกันทำนุบำรุง รักษาป่าต้นน้ำให้อยู่ในสภาพที่เอื้ออำนวยการคง ดำรงอยู่แห่งธาร โดยการยุติการทำลาย แผ้วถางป่าในทุกกรณีพร้อมทั้ง เอาใจใส่ ปกป้อง สอดส่อง ดูแล และป้องกันมิให้เกิดการทำลาย แผ้วถางป่า อันเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยแล้ว

(c) 1997-2008 KohPhangan.com
reproduction without permission prohibited.