บันทึกเรื่องวนอุทยานน้ำตกแพง
หน้าแรก
สารบัญ

วัยหนุ่ม

นึกถึงอดีต

เที่ยวธารเสด็จ

ศึกษาคำว่าอุทยาน
เที่ยวชมป่า ป่าถูกทำลาย
เริ่มสำรวจธารน้ำรัก
สร้างศาลา
สร้างที่พัก
สร้างเขื่อนน้ำล้น
ชาวบ้านเริ่มถอยศรัทธา
ห้ามตัดไม้ทำลายป่าเขตเขาไม้งาม
ถูกคว่ำขัน (คนไม่ใส่บาตร)
ไปเยี่ยมคารวะอาจารย
เสน่ห์ป่าพรหมาจารีย
วางแผนปลูกไม้คืนป่า
ปลูกไม้คืนป่า
สร้างกุฏิน้อย
คืนน้ำให้ธารด้วน
สำรวจหาที่สร้างเรือนพักรับรอง
เจ้าหน้าที่ของกองอุทยานฯ
รับคนงาน
ตกแต่งป่า
ร้อนถึงอาจารย
โยมแม่ทุกข์ใจเพราะลูก

 

สร้างเขื่อนน้ำล้น


เดือนเมษายน พ.ศ. 2518 หลังจากงานประเพณีสงกรานต์และสรงน้ำหลวงพ่อพริ้งหลวงพ่อพร้อมผ่านไป ผู้บันทึกพร้อมสามเณรชาญยุทธ สามเณรสมบูรณ์ สามเณรสุพจน์ และมีพระภิกษุหลายรูป ได้ออกจากวัดเดินทางไป “วนอุทยานน้ำตกแพง” เพื่อช่วยกันรื้อหินในธารน้ำใกล้ที่พัก ประสงค์จะทำอ่างน้ำเขื่อนน้ำล้น ใครมีแรงมีกำลังก็ยกหินก้อนใหญ่ไปวางไว้ข้างตลิ่ง ยามฝนชุกจะได้เป็นเขี่อนกันตลิ่งพัง ผู้มีกำลังน้อยนำหินก้อนเลำไปวางตามช่วงต่อระหว่างก้อนหินใหญ่ให้เสมอ ส่วนหินก้อนโตต้องใช้แรง 2-3 คน หรือมากกว่า 3 คน ขึ้นไป ช่วยกันพลิกช่วยกันงัด ไปวางให้เข้าที่เข้าทางตามแนวเขื่อนกั้นตลิ่ง งานกำลังดำเนินไปด้วยดี ก็มาชักช้าลงเมื่อมาพบแร่ดีบุก ซึ่งมีคนต้องการเพราะราคาแพง เนื้อแร่สะอาดบริสุทธิ์ ก.ก. ละ 100 บาท ในเวลาที่กล่าว สามเณรชาญยุทธใช้มือกอบเนื้อแร่บริสุทธิ์ที่กองอยู่บนพื้นหินลาดใส่หม้อหิ้ว ได้น้ำหนักแร่หลาย ก.ก. โยมแม่ชื่น บุญญา ได้นำแร่นั้นไปขายในตลาดให้สามเณร หลังจากนั้นนางจบ ทองนวล นายผ่อง นางเชื่อม พรหมเจริญ ได้มาขอทำแร่และมีสัญญาด้วยปากว่า จะช่วยวางหินทำเขื่อนริมตลิ่งอีกด้านที่ยังไม่ได้ทำและจะทำความสะอาดในอ่างน้ำให้ด้วย จึงตกลงให้ท่านจัดการกับสินแร่

วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 เป็นวันเข้าพรรษาๆ นี้กับสามเณรชาญยุทธ ตั้งใจว่าจะเข้าพรรษาที่ “วนอุทยานน้ำตกแพง” จึงออกจากวัดราษฎร์เจริญตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม ก่อนเข้าพรรษา เพื่อทำความสะอาดสถานที่พัก เตรียมสิ่งของจำเป็นต้องใช้ในพรรษา เพราะภายในพรรษานี้ตั้งใจไว้ว่าจะต้องสร้างเขื่อนน้ำล้นให้เสร็จ

สำนึกอยู่เสมอว่าคนเราย่อมมีส่วนอย่างมาก ในการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ หากขาดความรู้ ลุแก่อำนาจต่อความอยากที่ครอบงำ อาจเพลี่ยงพล้ำถูกธรรมชาติให้โทษมากกว่าให้คุณ ระมัดระวังอย่างมากในเรื่องนี้

อธิษฐานพรรษาผ่านไปไม่นาน ผู้บันทึกกับสามเณร ชาญยุทธได้ช่วยกันทำความสะอาดอ่างน้ำ ไล่กรวดทราย เก็บหินที่เหลือจากน้ำพัดพาจนลาดหินร้อนแห้ง ด้านที่จะกั้นทำเขื่อนน้ำล้นยาว 8 เมตร พร้อมจะลงมือทำได้ทุกเวลา เพราะอุปกรณ์ เครื่องมือ วัสุดก่อสร้างพร้อม ส่วนด้านเขื่อนกั้นตลิ่งทั้งสอง พระภิกษุสามเณรซึ่งจำพรรษาอยู่วัดราษฎร์เจริญ ได้พร้อมใจเดินทางมาช่วยวางเรียงหิน ส่วนผู้ขอทำแร่ที่เคยบอกว่าจะรับวางเรียงหินให้ ท่านก็ช่วยมาตั้งแต่เริ่มเข้าทำแร่ ต่างคนต่างช่วยกันทำเต็มความสามารถ

คนเราทำงานด้วยรัก พอใจต่องาน จึงรู้สึกอิสระ สนุก เพลิดเพลิน สุขใจคลายความเครียดได้ดีเหมือนกัน

วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2518 กับสามเณรชาญยุทธ ได้ลงมือทำเขื่อนน้ำล้น เวลาหลังเที่ยงเล็กน้อย ทราย หิน ปูนก็ถูกผสมเตรียมพร้อมเทลงที่ร่องน้ำโดยเร็ว ขณะเดียวกันประตูปล่อยทรายได้วางทับลง น้ำในธารก็ไหลพุ่งเข้าสู่ประตูปล่อยทราย หมดปัญหา จึงตกแต่งถมประตูปล่อยทรายจนมิดหลังท่อ วันต่อมาจึงเรียงหินได้สะดวก ไม่ต้องกังวลกับน้ำในลำธาร ความยาวของตัวเขื่อนน้ำล้น 8 เมตร ฐานกว้าง 2 เมตร ส่วนสูงที่สุด 2 เมตร

ผู้บันทึกได้รับความร่วมมือจากพระภิกษุสามเณรด้วยดีตลอดมาจนสำเร็จไประดับหนึ่ง ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์นักแต่ก็พอเห็นงานในพรรษานี้

ปล่อยให้เขื่อนแข็งตัวทิ้งไว้ราว 15 วัน จึงปิดประตูปล่อยทรายและประตูเขื่อนกักเก็บน้ำ กว่าน้ำจะเต็มล้นเขื่อนต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเพราะสายน้ำในลำธารมีน้อยกัก 3-4 นาที ก็เปิดประตูให้น้ำไหลออกไป 1 นาที ทำโดยวิธีนี้เรื่อยไป จนน้ำล้นเขื่อนจึงเปิดประตูน้ำให้น้ำล้นตลอดไปหากปิดคราวเดียวให้น้ำล้นเขื่อน น้ำตอนล่างเขื่อนจะแห้ง อาจกระทบเดือดร้อนต่อบรรดาสัตว์น้ำ

ข่าวน้ำเต็มเขื่อนน้ำล้นขจรออกไปอย่างรวดเร็ว พวกเด็ก หนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่พากันเข้ามาดู มาอาบ พวกเด็กวัยซนแก้ผ้ากองไว้กระโดดลงเล่นน้ำในเขื่อนสนุกสนาน ไม่ต้องห่วงอันตรายเพราะน้ำไม่ลึก พอช่วยกันได้หากเกิดอุบัติเหตุ

ผู้บันทึกได้เห็นคนเกือบจะทุกระดับ ทุกเพศ ทุกวัย ที่เข้ามาสู่ “วนอุทยานน้ำตกแพง” รู้สึกปิติ ที่ได้สร้างวนอุทยานน้ำตกแพงไว้ให้กับส่วนรวม อาจจะเป็นความคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ก็บริสุทธิ์ใจ

 

(c) 1997-2008 KohPhangan.com
reproduction without permission prohibited.