วัยหนุ่ม
นึกถึงอดีต
เที่ยวธารเสด็จ
เริ่มสำรวจธารน้ำรัก
เมื่องานประจำปีสงกรานต์ประเพณีและงานบุญพิธีครบรอบปี วันมรณะภาพของพระครูวิบูลทีปรัต นับเป็นปีที่ 3 ที่ท่านได้จากไป และในงานเดียวกันผู้บันทึกได้จัดให้มีกองทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนเรียนดีโดยมีนักเรียนที่สอบไล่ได้ที่ 1 ของแต่ละชั้นและทุกโรงเรียนบนเกาะพะงันให้มาฟังการสอบชิงทุน การุณเมตต์ ที่ได้ทำการสอบไปแล้วว่าใคร ชั้นไหน โรงเรียนอะไร ได้รับทุนการศึกษาของชั้นประถมปีที่ 1.2.3. และ 4 ซึ่งเด็กที่เข้าสอบทุกคนจะได้รับรางวัลชมเชยเท่ากัน มีสมุด ดินสอ ไม้บรรทัด ยางลบ และปากกาสลักชื่อ การุณเมตต์ เพื่อปลอบใจ ให้กำลังใจและเร้าใจให้เด็กมีความพยายามฝักใฝ่ต่อการศึกษาเล่าเรียนมากขึ้น ในปีการศึกษาต่อไป
เมื่องานเสร็จเรียบร้อย เป็นที่ประทันใจของผู้พบเห็นได้ผ่านไปแล้ว แต่ความร้อนความอบอ้าวของคิมหันต์ฤดู ยังไม่ผ่อนคลาย ทำให้นึกถึงน้ำตกแพงขึ้นมาอีก วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2511 จึงได้ออกจากวัดไปเที่ยวน้ำตกแพงเพียงลำพัง เดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถึงเขตป่าเขาแพงติดกับที่ของชาวบ้าน นั่งพักเอาแรงบนก้อนหินริมธาร ใช้มือทั้งสองตักน้ำล้างหน้า ลูบตัว วางเท้าทั้งสองไว้ในน้ำ ช่วยขับไล่ความร้อนอ่อนเพลียจากการเดินทาง
ในฤดูร้อน ธารน้ำรักน้ำจะน้อยและน้อยลงเรื่อยจนถึงปลายฤดูฝนน้ำจะมาก ส่วนมากปลายเดือนตุลาคม หรือปลายเดือนพฤศจิกายน บางปีมีลมมรสุมรุนแรงเมื่อเข้าเดือนธันวาคม แต่เดือนเมษายนก็ยังมีน้ำพอดับความอ้าวของผู้ที่เข้าสู่ธารน้ำรักได้บ้าง
ผู้บันทึกนั่งดูกุ้งขยะตัวเล็กฝอยออกจากซอกหินมาเกาะเท้าที่วางอยู่ในน้ำ ส่วนปลาซิวตัวน้อยก็มาแทะกัดผิวหนังที่ตายโดยไม่หวาดกลัวอาจเพราะความหิวความอยากจึงกล้าอย่างนั้น ทำให้นึกถึงคำกราบทูลของโลลบุรุษ ผู้เข้าแย่งพระกระยาหารสำหรับบริโภคของพระเจ้าโภชนสุทธิว่า ข้าพระองค์เป็นทูตของตัณหา คือความอยาก ความอยากทำให้ข้าพระองค์เป็นทูตสำหรับใช้สอยการงานและบังคับข้าพระองค์ว่า จงถือเอาสิ่งนั้นสิ่งนี้มาให้แก่เรา ธรรดาสัตว์โลกทั้งหลายที่ตกอยู่ในตัณหา คือ ความอยากย่อมมาสู่ประเทศอันไกล เพื่ออยากได้ของอันใดอันหนึ่งสำหรับท้องที่มีความหิวเป็นนิตย์ ส่วนข้าพระองค์ก็เป็นทูตรับใช้ของท้องที่มีความหิวอยู่เป็นนิตย์นั้น อีกประการหนึ่ง คนทั้งหลายย่อมตกอยู่ในอำนาจของท้อง ซึ่งมีความอยากอยู่เสมอ ไม่เลือกว่ากลางวันหรือกลางคืนฉันใด ส่วนข้าพระองค์ก็เป็นทูตรับใช้ของท้องที่มีความอยากอยู่ ฉะนั้นข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่า พลรถขอพระองค์อย่าทรงพิโรธข้าพระองค์เลย
ปลาซิวตัวน้อย ก็เพราะความหิวความอยากของท้องได้สั่งให้กัดกินผิวหนังเราโดยไม่หวาดกลัว เหมือนโลลบุรุษที่ถูกความหิวของท้องสั่งให้เข้ามาแย่งกินพระกระยาหารสำหรับบริโภคของพระโภชนสุทธิ์ราชา โดยไม่เกรงกลังราชภัย ทั้งนี้ก็เพราะว่า คนและสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนแต่เป็นข้าสำหรับใช้สอยของท้อง ที่มีความอยากความหิวอยู่เป็นนิตย์ทั้งสิ้น ล้วนแต่อยู่ในอำนาจความอยากความหิวด้วยกัน อันความอยากความหิวย่อมเป็นใหญ่ ใช้สอยคนและสัตว์ทั้งหลายโดยไม่เลือก เป็นเหตุให้ขาดความรอบคอบไม่มีความละอาย ทำความชั่วได้ก็เพราะความอยากความหิวทำให้เสียสุขภาพจิต
วันที่ 27 เมษายา พ.ศ. 2511 คิดว่าน่าจะเริ่มต้นสำรวจธารน้ำรักดูว่า จากจุดที่ติดกับชาวบ้านถึงแยกทางน้ำตกแพงน้อยระยะทางเท่าไร? ผ่านเลยไปถึงน้ำตกแพงใหญ่ น้ำตกขั้นบันใด น้ำตกเซาะผา น้ำตกแพรก จนถึงริมป่าใหญ่ (เขตป่าพรหมจารีย์) ว่ามันไกลสักเท่าใด เฉพาะวันนี้จะวัดเพียงลาดใหญ่น้ำตกแพง และจะเก็บบันทึกเอาไว้
บางสิ่งบางอย่าง ก่อนที่จะทำตามผู้อื่น ควรพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อนจึงจะดี ไม่กังวลใจในภายหลัง
สิ่งที่น่ารู้สำหรับน้ำตกแพงใหญ่ คำว่า แพง หรือ แพงใหญ่ ที่เข้าไปรวมอยู่กับน้ำตกคือ แพง เป็นลาดหิน ส่วนกว้างอยู่กึ่งกลางยาว 25 เมตร ส่วนแคบตอนเหนือน้ำและส่วนใต้ของธารน้ำกว้าง 6 เมตร ส่วนยาวตั้งแต่ลาดเอียงไปจนถึงที่เสมอของลาด 88 เมตร ส่วนการลาดเอียง 50-60 และ 70 องศา น้ำไหลลงมาตามร่องหินของลาด ในฤดูร้อนจะไม่เห็นน้ำไหลมากหรือน้ำตก แต่ในฤดูฝนและฤดูหนาวน้ำจะไหลแรง บางครั้งน้ำมากจนหาที่ว่างของลาดไม่ได้เลย ชาวบ้านจึงเรียกว่า น้ำตกแพงใหญ่
ส่วนคำว่า แพง หรือ แพงใหญ่ นั้น แพง ในที่นี้หมายถึงผนังกำแพงสูงชันทีสกัดกั้นการปีนป่ายขึ้นไป หรือขึ้นไปไม่ได้เลยจึงเรียกว่า แพง อีกอย่างธารน้ำสายนี้ใหญ่กว่าธารน้ำสายอื่นบนเทือกเขานั้น ซึ่งต่างก็ไหลมารวมกับธารน้ำสายใหญ่นี้แล้วไหลเลียบริมเชิงเขาลูกหนึ่ง ซึ่งสูงชันเกือบตลอดสาย หาทางปีนขึ้นเขาลูกนั้นทางทิศใต้ของสายธารนี้ได้ยาก หรือขึ้นไปไม่ได้เลย เพราะมันกั้นฉากเป็นกำแพงธรรมชาติ ชาวบ้านเรียกภูเขาลูกนั้นว่า เขาแพง ส่วนธารน้ำตรงจุดนั้นเรียกว่า ธารน้ำแพง เป็นที่น้ำไหลแรงหรือน้ำตกแรงกว่าที่อื่น จึงเรียกว่า น้ำตกแพง และ เรียกสถานที่ดังกล่าวนี้ว่า น้ำตกแพงใหญ่ ไม่ใช่ น้ำตกแพงน้อย ซึ่งอยู่ใกล้กัน ผู้บันทึกได้กล่าวไว้แล้วว่า จะหาโอกาสหลังจากสำรวจ ธารน้ำรัก แล้วจึงจะวัดสำรวจต่อไป
ตอบคำถามสิ่งที่ควรรู้เรื่อง น้ำตกแพงใหญ่ หากผิดพลาดประการใด ผู้บันทึกขอคารวะท่านผู้รู้โปรดให้อภัยด้วย
วันแรก ก็ได้ความรู้บ้างว่า ธารน้ำรัก ซึ่งวัดจากเขตที่ติดกับสวนมะพร้าวของชาวบ้าน จนผ่านน้ำตกแพงใหญ่ ขึ้นไปถึงที่เสมอระยะทางยาว 682 เมตร แถมยังได้ความรู้เกี่ยวกับความละเอียดของ น้ำตกแพงใหญ่ ถึงความกว้าง-ยาว ตลอดถึงความลาดเอียงเป็นองศาอีกด้วย นี่คือภูมิภาควิทยา มันเปิดกว้างเพื่อผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้อยู่ทุกเวลา แต่หากใครต้องการรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมเช่น หิน ดิน ฯลฯ ก็เชิญไปศึกษาหาความรู้ได้ทุกเมื่อ
ครั้งก่อนวัดระยะมาทิ้งไว้ได้เพียง 682 เมตร วันนี้วัดต่อจากที่เดิมโดยใช้ไม้เมตรอันเดิมและจดบันทึกขึ้นต้น 1.2.3.....77 เมตร ถึงน้ำตกขั้นบันไดๆ เป็นลาดหินสีดำคล้ำทอดสูงขึ้นเป็นชั้นน้ำตกมี 5 ชั้น สูงชั้นละ 2-3 เมตร เมื่อวัดต่อจาก 77 เมตร ผ่านน้ำตกนี้ขึ้นไปถึงที่เสมอรวมเป็น 92 เมตร
ความละเอียดของน้ำตกมีดังนี้
น้ำตกขั้นบันไดลาดสูงขึ้นไป 15 เมตร
หน้าลาดกว้าง 10 เมตร
พื้นขั้นบันไดกว้าง 2-3 เมตร
ลาดเอียงจากที่น้ำตกขึ้นไปถึงที่เสมอประมาณ 70 องศา
น้ำตกขั้นบันได ผู้บันทึกตั้งชื่อให้โดยกระทันหันเมื่อถูกถามจากพระทองหล่อว่า นั่นน้ำตกอะไร
ครั้นบันทึกเกี่ยวกับความรู้เรื่องน้ำตกขั้นบันไดพอสมควร จึงเริ่มวัดต่อจาก 92 เมตร ไปเป็น 90-94....100 เมตร ก็ตกริมวังน้ำรักเมื่อวัดเลยริมวังน้ำรักไปถึงตีนผา น้ำตกเซาะผา ซึ่งไหลลงสู่วังน้ำรักได้ 113 เมตร
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับวังน้ำรัก
ยาว 13 เมตร
กว้างตรงกึ่งกลาง 2 เมตร
กว้างตรงตอนล่างธารน้ำ (วังน้ำรัก) 2 เมตร
กว้างตรงตอนเหนือธารน้ำ (ธารน้ำรัก) 1 เมตร
ส่วนลึกที่สุด 1.5 เมตร
เมื่อวางรากฐานไว้อย่างเป็นระเบียบมั่นคง ย่อมง่ายต่อการต่อเติมปณิธานวัยหนุ่มที่เคยตั้งไว้ ณ ริม วังน้ำรัก แห่งนี้ แม้จะนานผ่านร้อนหนาวมาถึง พ.ศ. 2511 นาน 19 ปี ก็ยิ่งแจ่มชัดขึ้นและยากจะลืมเลือนได้ เช่นเดียวกับแนวทางชีวิตที่ได้วางบรรทัดฐานไว้เพื่อทำประโยชน์แก่สาธารณะ นั่นย่อมหมายถึงชีวิตต้องก้าวลงสู่หนทางที่กันดารบ้าง แม้ได้ตัดสินใจ สร้างวนอุทยานน้ำตกแพงแล้ว หากทำงานไม่สำเร็จตามปณิธาน ขออย่าได้หัวเราะเยวะ แต่ขอให้ช่วยรับรู้และเป็นพยานด้วยว่า จะขอยึดมั่นต่อความมุ่งมั่นที่บันทึกไว้นี้ทุกประการ
ก้าวเดินออกจาก วังน้ำรัก ทำการวัดสิ่งที่น่ารู้ต่อไปนั่นคือ ผาหิน ที่น้ำไหลตกลงสู่วังน้ำรัก เรียกว่า น้ำตกเซาะผา ผานี้มีสิ่งควรสนใจดังนี้
ความลาดเอียงประมาณ 80 องศา
กว้าง 14 เมตร
สูง 17 เมตร
จากจุดสูงเมื่อรวมกับความยาวที่วัดมาถึงตีนผา 113 บวก 17 เมตร รวมเป็น 130 เมตร จึงวัดต่อไปอีก 131-132....242 เมตร ก็ถึง น้ำตกแพรก ในระหว่างน้ำตกทั้งสองนี้ มีที่น่าสนใจหลายอย่างเช่น วังน้ำหินกลม(บ่อหิน) และลาดหินแบนเสมอ ร่มรื่นด้วยพฤกษชาติน้อยใหญ่ เป็นสถานที่น่านั่งรับประทานอาหารพักผ่อนสำหรับผู้รักการเสพธรรมชาติ
สิ่งที่เร้นลับแฝงอยู่ในนามของธรรมชาติ ช่วยพิสูจน์ให้รู้ถึงความรู้สึกนึกคิด และอารมณ์บางอย่างของบุคคลได้ด้วยกิริยาอาการ ที่แสดงมาภายนอก
วันนี้ทำงานพอควรแล้ว จึงหยุดไว้ทำเมื่อมีเวลาในวันต่อไป รวมความยาวของ ธารน้ำรัก ที่วัดมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก 682 เมตร ครั้งที่สอง 242 เมตร รวม 942 เมตร
ครั้นเวลาบ่ายประมาณ 13 น. จึงออกจากวัดเดินทางไปสู่ธารน้ำรักเพื่อทำการวัด ธารน้ำรัก จากการวัดครั้งที่ 1-2 ได้ระยะทางยาวรวม 924 เมตร ส่วนครั้งที่ 3 นี้ ผู้บันทึกจัดการวัดต่อจาก น้ำตกแพรก จาก 924 เมตร เริ่มวัดนับต่อ 924-1,067 เมตร มีธารแยกซึ่งไหลลงมารวมกับธารน้ำรัก อีกสายเรียกว่า ธารน้ำลอด และวัดต่อไปอีกที่ 1,254 เมตร มีธารน้ำไหลมารวมอีกเรียกว่า ธารด้วน
สิ่งน่าสนใจของ น้ำตกแพรก
ความลาดเอียงประมาณ 50-60 องศา
ความยาวลาดขึ้นไป 187 องศา
ความกว้างของลาดส่วนมาก 12-14 องศา
น้ำตกแพรก แห่งนี้ ผู้ที่มาพบเห็นในฤดูฝนซึ่งมีน้ำมาก มักจะรำพึงออกจากใจ น้ำตกธารสวรรค์
เริ่มวัดต่อจาก 1,111 เมตร ไปถึง 1,188 เมตร ในระหว่าง 1,111 กับ 1,188 เมตร มีวังน้ำอยู่หลายวังด้วยกันที่ชวนให้อาบ มีลาดหินแต่ละแห่งก็ชวนให้นั่ง สถานที่นี้นักทัศนาจรสามารถนั่งมองดูดงมะพร้าวของชาวเกาะพะงัน หมู่เกาะอ่างทอง วันไหนอากาศโปร่งทะเลเปิด ก็จะเห็นทิวทัศน์อีกฝั่งหนึ่งได้
อีกจุดหนึ่งตรง 1,188 เมตร นี้เอง มีทางผ่านประตูของกำแพงที่ยาวเหยียดสูงชันตามธรรมชาติให้ผู้มีความต้องการจะขึ้นไปสู่ยอดเขาแพงได้สะดวก และเป็นทางผ่านไปสู่หมู่บ้าน หมู่ที 2 ตำบลเกาะพะงันและกลับวัดราษฎร์เจริญที่ผู้บันทึกอยู่อาศัยก็ได้ ความยาวของกำแพงธรรมชาติที่สูงชัน เป็นเครื่องกีดขวางของภูเขาลูกนี้
หากตั้งต้นจากจุดเริ่มติดกับสวนมะพร้าวของชาวบ้าน ที่ผู้บันทึกลงมือวัด ธารน้ำรัก ถึงทางประตูเข้าภูเขาแพง ยาวทั้งหมด 1,188 เมตร
สิ่งกีดขวางทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือเกิดขึ้นจากบุคคลก็ตาม มันไม่สามารถเป็นอุปสรรคของนักผจญภัยได้
นั่งพักเหนื่อยสักพัก จึงทำการวัดต่อจาก 1,188 เมตร ไปอีกจนได้ความยาวที่ 1,265 เมตร ก็ถึงเขตป่าใหญ่ (ป่าที่ยังไม่ถูกทำลายซึ่งผู้บันทึกให้ชื่อว่า เขตป่าพรหมจารีย์) และตรงจุดนี้ยังมีธารเล็กไหลลงมารวมอีกสาย ป่าดงพงไพรนี้เต็มด้วยไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งเป็นที่รวมทรัพยากรธรรมชาติหลายสิ่งหลายอย่างเอาไว้และเป็นสถานที่ให้กำเนิดน้ำแห่ง ธารน้ำรัก
แต่งานที่วัดความยาวของธารน้ำรัก ซึ่งน้ำไหลอยู่ชั่วนาตาปี เดินวัดเรื่อยไปตามสายน้ำ จนถึงทางข้ามที่ชาวบ้านเรียกว่า ท่าสะตอ แล้ววัดต่อถึงสายน้ำข้างหน้าเป็นที่ชัน คือสันเขาเหมืองหมาก ยาว 1,343 เมตร รวมความยาวธารน้ำรักที่วัดไว้ครั้งก่อน 1,265 เมตร กับครั้งนี้ 1,343 เมตร เท่ากับ 2,608 เมตร
การสำรวจสายธารน้ำรัก ในโครงการสร้างวนอุทยานน้ำตกแพง ก็สำเร็จลง เพื่อสะสมข้อมูลพื้นฐาน ตามความเป็นจริงที่ปรากฏในบันทึกนี้
ตัดถนนเข้าวนอุทยานน้ำตกแพง
วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 ผู้บันทึกว่างจากภาระกิจอื่น หลังเที่ยงได้ชวนพระภิกษุสามเณรออกจากวัดราษฎร์เจริญสู่วนอุทยานน้ำตกแพงเพื่อตัดถนน เริ่มต้นจากน้ำตกแพง ออกไปสู่ถนนหลวงระยะทาง 1 ก.ม. ใช่ว่าพระภิกษุจะตัดไม้ขุดดินเอง แต่มีชาวบ้านโดยเฉพะได้นัดหมายกับคุณบันเทิง โชติช่วง ให้เป็นผู้เริ่มลงมือตัดแนวถนนและขุดดิน ตอไม้ เมื่อผู้บันทึกพร้อมด้วยพระภิกษุ-สามเณรเดินทางเข้าไปถึงน้ำตกแพง คุณบันเทิงได้ตัดไม้ให้เป็นแนวถนนตามที่ทำเครื่องหมายไว้ คุณบันเทิงยังได้ขุดตอไม้ถางหญ้า ตรงจุดที่เริ่มตัดถนนและตรงจุดนี้เองได้วางแผนไว้เพื่อสร้างศาลา เมื่อคุณบันเทิง ขุดตอไม้ถางหญ้าขุดดินไว้พระภิกษุสามเณรได้เข้าช่วยเกลี่ยคราดเก็บตอไม้และหญ้า ทำให้เสมอ สะอาด เป็นลานกว้างพอจะสร้างศาลาได้
ถัดจากวันนั้นมา ลุงหลวงจบ ซึ่งจำอยู่ที่วัดศรีธนูพร้อมด้วนลูกชาย คุณจักรทิพย์ เรืองโรจน์ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ได้นำลูกบ้านมาช่วยขุดถนนทำต่อจากที่ทำไว้แล้ว ที่ตรงนี้ทำให้เป็นลานกว้างสำหรับจอดรถกลับรถด้วยความมั่นใจว่า รถทุกประเภทจะต้องเข้ามาได้ แต่คนส่วนใหญ่มักจะเห็นว่า คงมีแต่คนที่จะเดินเข้าออกตามถนนสายนี้ได้ ส่วนรถยนต์คงเป็นเรื่องยาก ใครจะกล้านำรถเข้ามาให้พัง ต่างคนก็ต่างมีความคิดเห็นแต่ผู้บันทึกได้คิดคำนวณไว้รอบคอบแล้ว
คนทำงานได้เห็นผลของงาน มีถูกมีผิด มีสุขมีทุกข์ของมัน แล้วก็ผ่านเลยไปเป็นความหลัง ผู้ที่รู้ค่าของเวลาปัจจุบัน ต้องเร่งรีบทำงาน เพื่อเก็บเกี่ยวสาระ โดยใช้เวลาปัจจุบันทำงานแกะรอยสู่อนาคตที่คิดว่าดีกว่า เพราะชีวิตมนุษย์นั้นสั้นเกินไป เวลาทำงานของแต่ละคนจึงมีไม่มาก
เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2515 พระภิกษุ-สามเณรวัดราษฎร์เจริญ ได้เข้าร่วมจิตร่วมใจกันทำถนนต่อจากลานจอดรถ ซึ่งเต็มด้วนหินก้อนโตขนาดใช้แรงคนถึง 5-6 คน แต่หินก้อนเหล่านี้แหละกลับมีประโยชน์ให้กับพระภิกษุสามเณร ได้นำไปวางเป็นแนวเขตถนนที่ลาดเอียงด้านล่างที่มีร่องคูน้ำและช่วยกันคราดเกลี่ยหินเล็กหินน้อย กรวด ทรายมาถมเพื่อปรับให้เป็นถนนสูงเสมอกับอีกด้าน เราได้ถนนกว้าง 6 เมตร ยาว 123 เมตร ถนนที่พูดถึงนี้นับว่าทำยากกว่าส่วนที่เหลือ
ไม่ว่างานอะไรที่ว่ายาก หากแก้ปมต้นเหตุของปัญหาถูก งานนั้นก็จะง่ายขึ้น สามารถทำให้สำเร็จตามเป้าหมายได้
ต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2515 ซึ่งทำมาหยุดที่ร่องคูน้ำ หลายคนช่วยเกลี่ยดินให้เสมอได้กว้าง 6 เมตร ยาว 8 เมตร ขณะนั้นหลวงน้ารบ อํสุธโร ซึ่งอาศัยอยู่กับท่านอาจารย์พระสมุห์ เวียน สีลสาโร เจ้าอาวาสวัดมธุรวราราม หมู่ 3 ต. เกาะพะงันได้มาเพื่อดูการตัดถนนที่ผู้บันทึกพูดว่า ตัดถนนให้รถใหญ่วิ่งเข้าน้ำตกแพงได้ เมี่อท่านเที่ยวเดินดูถนนที่เสร็จไปบ้างพอสมควรแล้ว ก็กลับมานั่งพูดคุย ท่านเอ่ยถามขึ้นว่า
นี่จะสร้างถนนให้รถเข้ามาถึงน้ำตกแพง จริงหรือ?
ครับ ผมคิดไว้อย่างนั้น
แต่ผมคิดว่าคงยากมากที่จะสร้างถนนให้รถเข้ามาถึงน้ำตกแพงได้
มันก็ไม่น่าจะยากนัก ท่านดูซิครับ ที่ว่ายากแต่เราก็ทำสำเร็จไปบ้างแล้ว เราทำวันหนึ่ง ถนนก็เสร็จวันหนึ่ง ทำหลายวันงานก็เสร็จมากขึ้น ไม่น่ากลัวกับความลำบาก มันจะหมดไปด้วยความมุ่งมั่นพยายาม
ต้นเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2515 ชาวบ้านหมู่ 7 ได้นำเครื่องมือที่พอจะช่วยทำถนนได้ ก็ตั้งใจช่วยกันทำถนนต่อจากเดือนก่อน มากคนมากมือช่วยกันเร่งงาน ถนนก็ปรากฏขึ้นเป็นแนวยาว ไปสะดุดหยุดที่หินลาด ซึ่งเป็นที่ที่ทำยากและทุกคนที่เห็นแล้วพูดว่าเข้าไม่ได้ ต้องเบี่ยงออกไปทางอื่น ชาวบ้านช่วยกันขุดตอไม้ หินและหญ้า ในวันนี้ได้แต่ความยาว ส่วนความกว้างไม่ได้ตามที่ต้องการ คิดอยู่ว่าถนนตามขนาดที่ต้องการจะปรากฏให้เห็นในเวลาไม่นาน
วันต่อๆ มา พระภิษุสามเณร ได้ช่วยกันเบิกถนนให้กว้างออกได้ตามที่ต้องการ และงานก็สำเร็จตามที่คิดที่พูดไว้ทุกประการ ส่วนลาดหินที่ว่า ทำยาก ไม่มีที่จะหลีกเบี่ยง ถึงมีก็จะทำลำบากไม่สวย ไม่มีทางจะเอาชนะตรงจุดนี้ได้ ความคิดเห็นของคนส่วนมาก แม้พระภิษุสามเณรและศิษย์ที่เป็นฆารวาสที่เป็นกำลังสำคัญก็คิดอย่างนั้น เพราะเธอมักจะถามผู้บันทึกว่า ตัดถนนผ่านลาดหินนี้ไปได้อย่างไรครับอาจารย์ ผู้บันทึกบอกว่า พวกเธอไม่ต้องตกใจพวกเราผ่านได้แน่ อาจารย์เห็นความเป็นไปได้บนความยากที่ทุกคนถือว่าเป็นอุปสรรคขัดขวาง อาจารย์ต้องการให้พวกเธอนำหินก้อนใหญ่ไปวางตรงเชิงลาด แล้วนำหินก้อนเล็กไปอัดช่วงต่อหินใหญ่ เอาดินอัดให้แน่น ทำต่อขึ้นมาแบบนี้ยาว 10 กว่าเมตร สูง 3 เมตร และกว้าง 6 เมตร เท่านั้น ช่วยกันทำไม่เท่าไรก็ต้องเสร็จ
ตอนทำถนนถมหินลาดตรงนี้ ผู้บันทึกได้ควบคุมและลงมือทำเองเป็นส่วนมาก มีสามเณรชาญยุทธ สมหวัง เป็นพลังคอยรับส่งช่วยแรงกินเวลาอยู่ 30 กว่าวันก็บรรลุผล ผ่านอุปสรรคไปได้
เดือนกันยายน พ.ศ. 2515 ชาวหมู่บ้านที่ 2-3 ได้มาร่วมแรงร่วมใจ กำหนดนัดหมายเวลามาพร้อมกัน ณ ที่ที่ตัดถนนเข้าน้ำตกแพงของเช้าวันที่ 4 กันยายน วันนี้คนมาก ทุกเพศทุกวัย เด็กๆ พากันมาเล่นน้ำอาบน้ำสนุกตามประสา หนุ่มสาวเมื่อช่วยทำกิจคือขุดดินเก็นหินสักพักหนึ่งพวกเธอพากันออกเดินเที่ยงชมทัศนียภาพของป่าเขา ธารน้ำและน้ำตกแพง บางพวกก็ช่วยทำอย่างจริงจัง ถนนส่วนที่เหลือทำง่ายระยะทางไม่มาก ตกเวลา 13.25 น. ถนนก็เสร็จ ส่วนธารน้ำที่แคบก็ตัดถนนผ่านด้วยการทำสะพานชั่วคราว โดยหาไม้มาทอดให้รถจักยานยนต์วิ่งเข้าออกสู่น้ำตกแพงได้สะดวก เมื่อถนนเสร็จคนยังไม่ทันแยกย้ายไปไหน ฝนก็ตกกระหน่ำอย่างหนัก ทั้งน้ำตกแพงใหญ่ น้ำตกแพงน้อย ซึ่งมีน้ำตกไม่มากก็กลับกลายเป็นสายน้ำใหญ่ ตกกระโจนลงมากระทบกับพื้นล่างดังสนั่น ทุกคนทนเปียกฝนเพื่อดูน้ำตกแพงทั้งสอง ด้วยสนเทห์ต่อความงาม
ทุกคนช่วยทำถนนจนสำเร็จได้เพราะศรัทธาสามัคคี ธารน้ำรักและน้ำตกแพงที่แห้งกลับไหลตกลงมาอย่างสวยงาม เมื่อฝนกระหน่ำให้สายน้ำทั้งสองเป็นหนึ่งเดียวกัน นั่นคือความจริง
ถนนสำเร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2515 แต่ยังขาดสะพานเชื่อมต่อฟากตลิ่งกับถนนอีก 2 ที่ ไม่สามารกให้รถใหญ่วิ่งเข้า-ออกน้ำตกแพงได้ ต่อมาชาวบ้านได้ช่วยกันตัดต้นมะพร้าวเป็นท่อน ยาวประมาณ 4 เมตร นำมาทำสะพานเชื่อมต่อให้รถจี๊ปขนาดใหญ่วิ่งไปมายังน้ำตกแพงได้ ต่อมาผู้บันทึกได้สร้างสะพานด้วยไม้ให้เป็นที่เรียบร้อย รถทุกประเภทแล่นเข้า-ออก วนอุทยานน้ำตกแพง ได้ด้วยความปลอดภัย
และแล้วงานก็สำเร็จลงได้เพราะความร่วมแรงร่วมใจมุ่งมั่นพยายาม
(c) 1997-2008 KohPhangan.com reproduction without permission prohibited.