บันทึกเรื่องวนอุทยานน้ำตกแพง
หน้าแรก
สารบัญ

วัยหนุ่ม

นึกถึงอดีต

เที่ยวธารเสด็จ

ศึกษาคำว่าอุทยาน
เที่ยวชมป่า ป่าถูกทำลาย
เริ่มสำรวจธารน้ำรัก
สร้างศาลา
สร้างที่พัก
สร้างเขื่อนน้ำล้น
ชาวบ้านเริ่มถอยศรัทธา
ห้ามตัดไม้ทำลายป่าเขตเขาไม้งาม
ถูกคว่ำขัน (คนไม่ใส่บาตร)
ไปเยี่ยมคารวะอาจารย
เสน่ห์ป่าพรหมาจารีย
วางแผนปลูกไม้คืนป่า
ปลูกไม้คืนป่า
สร้างกุฏิน้อย
คืนน้ำให้ธารด้วน
สำรวจหาที่สร้างเรือนพักรับรอง
เจ้าหน้าที่ของกองอุทยานฯ
รับคนงาน
ตกแต่งป่า
ร้อนถึงอาจารย
โยมแม่ทุกข์ใจเพราะลูก

 

ศึกษาคำว่าอุทยาน


“อุทยานฯ” คำที่ฝังใจ จนเรียกชื่อออกมาด้วยความเสน่หา และดูเหมือนว่าป่าที่เหลือจากการถูกทำลายกำลังเรียกเร้าให้ลุกตื่นและนึกถึงป่าเขาแพง ซึ่งเป็นสถานที่ใฝ่ฝันจะสร้าง “วนอุทยานน้ำตกแพง”

“จงรีบลงมือดำเนินการได้แล้ว หากมัวลังเลชักช้าอยู่ต่อไปป่าก็จะหมด เมื่อป่าหมด ก็จะไม่มีวนอุทยาน ยังมีผู้ไม่รู้คุณค่าอยู่อีกมาก พวกเขาจึงเห็นแต่ประโยชน์เฉพาะหน้าบุกรุกทำลายเข้ามาทุกที พวกเขายังเผาป่าที่ตัดโค่นให้หมดซาก ยึดเอาที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ ซึ่งได้เห็นมากับตาตนเองไม่ควรจะใจเย็นอยู่อีก”

เมื่อป่ายังไม่หมดสภาพความเป็นป่าไปจากโลก ป่าย่อมแสดงคุณค่าให้มนุษย์รู้ว่า ป่าเป็นสิ่งปกป้องบรรดาชีวิตสัตว์ทั้งหลาย หากชาวโลกขาดป่าลงเมื่อใด ความเลวร้ายนานาประการ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความพินาศของมวลสัตว์โลกก็จะมาถึง แต่เป็นที่น่าเศร้าอย่างยิ่งเพราะน้อยคนนักจะยอมรับฟัง

เมื่อความฝันตกผลึกถึงขั้นนี้ ก็เริ่มถามผู้รู้และค้นหา ศึกษาความหมายของคำว่า “อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ” ให้ดีเสียก่อนว่าคำไหนเหมาะคำไหนควรจะใช้กับชื่อป่าเขาแพง ที่จะไม่ขัดต่อนิยาม” ในที่สุดก็ได้รับความรู้มาว่า

  1. อุทยานแห่งชาติ หมายถึง พื้นที่ที่ถูกสงวน คุ้มครอง รักษาทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้ให้คงอยู่สภาพเดิม ห้ามทำลายเปลี่ยนแปลงนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะ สัตว์ป่ารวมไปถึงทิวทัศน์ของธรรมชาติที่สวยงามและมหัศจรรย์ เป็นที่ติดตาตรึงใจแก่ผู้พบเห็น ต้องรักษาไว้ให้อยู่อย่างนั้น เพื่ออนุรักษ์ให้ชนรุ่นหลังได้ชมได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ
  2. “อุทยานแห่งชาติ” ว่าตามหลักสากลแล้วควรจะมีเนื่อที่ไม่น้อยกว่า 10 ตารางกิโลเมตร และหัวใจสำคัญที่สุดภายในอุทยานแห่งชาติ จะต้องมีสภาพทิวทัศน์ของธรรมชาติที่สวยงามเป็นจุดเด่น น่าสนใจหลายแห่งเพื่อดึงดูดประชาชนให้ไปเที่ยวพักผ่อน

  3. วนอุทยาน มีพื้นที่มีทิวทัศน์สวยงาม มีถ้ำ มีน้ำตก หุบเหว ชะง่อนผา หาดทรายฯลฯ โดยมีการปรับปรุง ตกแต่งสถานที่เหล่านั้นให้เหมาะสม ควรเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน อำนวยความสะดวกตามที่จะทำได้ โดยจัดให้มีถนนและทางเดินเท้า ตลอดจนโต๊ะ ม้านั่ง ศาลาสำหรับประชาชนได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ นั่งรับประทานอาหาร เป็นสถานที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนมากนัก ไปมาสะดวก
  4. สวนพฤกษศาสตร์ สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมพันธุ์ไม้นานาชนิดเอาไว้ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจก็ได้ ในสวนพฤกษศาสตร์จะมีการปลูกพันธุ์ไม้ภายในประเทศ พันธุ์ไม้ต่างประเทศ โดยแยกเป็นหมวดหมู่ ตระกูลตามลำดับความสำคัญ เพื่อผู้ที่สนใจต้องการศึกษาในทางพฤกษศาสตร์
  5. สวนรุขชาติ มีเนื้อที่น้อยกว่าสวนพฤกษศาสตร์ เป็นสวนขนาดเล็ก ปลูกรวบรวมพันธุ์ไม้ต่างๆ โดยเฉพาะไม้ยืนต้นที่เป็นไม้เศรษฐกิจและไม้ดอกท้องถิ่น ไม่ได้ปลูกเป็นหมวดหมู่ เหมือนในสวนพฤกษศาสตร์แต่มีชื่อพันธุ์ไม้ติดไว้ว่าเป็นไม้อะไร มีการทำถนนและทางเดินเพื่อเข้าชมจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจโดยเฉพาะ พร้อมกันนั้นก็ได้รับความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ในสวนรุกขชาติได้ด้วย

เมื่อพิจารณาตามความหมายของคำ จึงเลือกใช้คำว่า “วนอุทยาน” เพราะผู้ที่จะเข้าไปคุ้มครองรักษามีโอกาสปรับปรุง ตกแต่ง รักษาป่าที่เห็นว่าไม่ถึงกับทำให้ธรรมชาติสูญเสีย ไม่เหมือนกับ “อุทยานแห่งชาติ” ซึ่งดัดแปลงไม่ได้ ส่วน “สวนพฤกษศาสตร์” และ “สวนรุกขชาติ” ผู้บันทึกไม่สามารถจะหาโอกาสเข้าไปทำให้ดีสมความตั้งใจได้ เพราะอะไรบางสิ่งบางอย่างมาปิดบังความรู้สึกให้คิดเช่นนั้น อาจเป็นเพราะความตั้งใจเดิมก็ได้

เคยนึกคิดเสมอว่า “ผู้ที่พูดกับใครๆ ถึงความใฝ่ฝันที่เป็นไปได้ยากในความรู้สึกของผู้รับฟังมักจะได้รับคำพูดเสียดสี หัวเราะเยาะให้เจ็บอายตอบแทนเสมอ หากแต่ว่าวันคืนผ่านไป วันคืนใหม่ติดตามมาแทนอย่างเป็นระเบียบตามกฏธรรมชาติ แม้มวลมนุษย์สัตว์ ผู้อาบแดด ลม ฝน อยู่เหมือนๆกัน ย่อมมีความคิดแตกต่างกัน ความฝันต่างกัน ความพยายามในสิทธิหน้าที่ก็ยิ่งหย่อนกว่ากัน ความปราณีตในการดำเนินชีวิตต่างกัน บางคนจึงได้แต่คิดฝัน บางคนสามารถสร้างสรรค์

 

(c) 1997-2008 KohPhangan.com
reproduction without permission prohibited.