วัยหนุ่ม
นึกถึงอดีต
เที่ยวธารเสด็จ
โยมแม่ทุกข์ใจเพราะลูก
วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2521 กลับจากเยี่ยมท่านอาจารย์พระสมุห็เวียนสีลโส เจ้าอาวาสวัดมธุรวราราม จึงถือโอกาสเยี่ยมโยมแม่ชื่น บุญญา ที่บ้านเลขที่ 10 หมู่ที่ 3 ต. เกาะพะงัน อ. เกาะพะงัน จ. สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบ้านที่เคยอยู่อาศัยตั้งแต่เล็กแต่น้อยจนเติบใหญ่ กับคุณพ่อคุณแม่และน้องๆ ด้วยความอบอุ่นเป็นสุขตลอดมา เพราะพระคุณของท่านทั้งสอง ช่วยเป็นเกราะปกป้องคุ้มครอง จึงไม่ค่อยรู้ซึ้งถึงความทุกข์ยากที่แท้จริง ครั้นออกจากการคุ้มครองของท่าน ไปอยู่ฝึกศึกษากับท่านอาจารย์ ภายใต้ร่มเงาผ้ากาสาวพัตร์หลายที่หลายสำนัก ขณะอยู่ในการปกครองของท่านอาจารย์ก็ไม่เคยมีทุกข์ร้ายแรง ต่างจากการมาเป็นผู้ปกครองตนเอง ปกครองผู้อื่นที่ต้องรับผิดชอบในหน้าที่ผู้นำ จึงรู้และเข้าใจถึงความยาก เพราะต้องทำงานเพื่อยกฐานะของท้องถิ่น ด้วยปณิธานที่ว่าเมื่อรับเข้ามาเป็นผู้นำ ต้องอดทนและเสียสละเท่าที่มีให้กับส่วนรวม เพื่อพัฒนาตนเองและผู้อยู่ใต้ปกครอง พัฒนาที่อยู่อาศัย พัฒนาการศึกษา พัฒนาสิ่งแวดล้อมและได้ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติให้สัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวคือ ให้ทุกอย่างก้าวไปพร้อมกัน เพื่อสู่สิ่งทีดีกว่า
เมื่อชุมชนยังไม่เข้าใจ เพราะงานยังไม่ปรากฏประโยชน์ ปฏิกิริยาของผู้คนที่แสดงออกต่อต้านรู้สึกจะโหดร้าย บางครั้งถึงกับน้ำตาไหลในสมณะเพศ ก็เพราะยังตัดจากความรัก ความอนาทร และความอาลัยไม่ได้นั้นเอง เป็นเวลายาวนานพอควรกว่าจะสงบลงได้ ละได้ด้วยความจำเป็นที่จำเป็นต้องละได้ก็เพราะเวลานั้นไม่มีใครต้องการแล้ว
สักวัน งานที่ยังไม่ปรากฏผลก็จะค่อยปรากฏออกมา เมื่อนั้นปัญญาอาจบอกให้ทุกท่านเข้าใจได้บ้างว่า จงหันหน้าเข้าหากัน เป็นญาติมิตรและศิษย์ที่ดี เคารพนับถือพึ่งพิงกันสืบไป
เมื่อผู้บันทึกเดินเข้าไปถึงลานบ้านโยมแม่ชื่นๆ นั่งอยู่คนเดียวเมื่อท่านเหลียวเห็นจึงนิมนต์ให้นั้งบนบ้าน ท่านปูเสื่อให้แล้วเดินหายไปในบ้าน นั่งอยู่ไม่นานโยมแม่ จึงเข้ามาหาแล้วปฏิบัติด้วยความเคารพในสงฆ์ โยมแม่มองหน้าแล้วน้ำตาก็ไหล พรรณาขึ้นว่า
แม่ไม่เคยทุกข์ ไม่เคยเสียใจไม่เคยช้ำใจมาก่อนเหมือนครั้งนี้เลย แม่ไปที่ไหนแม่ก็จะถูกด่า ถูกเหยียดหยามประนามต่างๆ ก็เพราะลูก ที่แม่ได้รับความทุกข์อย่างมาก ต้องเสียใจและช้ำใจก็เพราะลูกเป็นต้นเหตุ ชาวบ้านด่าลูกอย่างหยาบคายจนแม่ฟังไม่ได้ ต้องรีบเดินหนี นี่ท่านเจ้าคุณวรรณ (ท่านเจ้าคุณวิสุทธิโสภณ) ก็ได้มาหาลูกห้ามลูกว่าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับป่าวนอุทยานฯ ลูกตอบท่านอย่างไร? แม่ก็ยังไม่รู้ แม่คอยรับฟังอยู่ แต่จะอย่างไรแม่คิดว่าเมื่อชาวเกาะพะงันเขาตัดขาดลูก ไม่นิมนต์แล้วลูกก็เป็นพระผู้ใหญ่ เป็นเจ้าคณะตำบล เป็นพระอุปัชฌาย์ไม่มีใครสนใจ เขาถือว่าไม่ใช่พระ เป็นผู้ลวงโลก ทำลายพระพุทธศาสนา ลูกควรจะพิจารณาตัวเอง สิกขาลาเพศมาอยู่บ้านจะดีกว่าอยู่ให้ชาวบ้านเขาด่าว่า เอาข้าวให้หมากินดีกว่าให้ลูกกิน แม่ได้ยินทีไรก็ต้องร้องไห้ มันทรมานใจแม่เหลือเกิน
ผู้บันทึกไม่พูดไม่ตอบอะไรให้แม่สะเทือนใจอีก จึงลงจากบ้านเดินกลับวัด กายใจและอารมณ์ที่ถูกด่าถูกเสียดสีให้เจ็บช้ำนั้นมากพออยู่แล้วมาเห็นน้ำตาและคำพรรณาของโยมแม่เข้าอีก เหมือนประหนึ่งถูกราดเติมด้วยพิษที่ร้ายแรง เกือบจะคุ้มคลั่งคุมสติอารมณ์ไม่อยู่ คุณพระช่วย! บุญยังมีอยู่ รู้สึกสำนึกขึ้นมาได้ว่า สมณะผู้ตั้งใจเดินตามรอยพระพุทธยุคลบาท แท้จริงแล้วยังสนใจติดกับโลกธรรมที่เป็นอิฏฐารมย์และอนิฏฐารมย์จะพบรอยพระพุทธยุคลบาทได้อย่างไร จะพยายามอยู่ระหว่าง อิฏฐารมย์และอนิฏฐารมย์ ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม นำความดีจากกรรมดีมาซับน้ำตาให้โยมแม่และโยมพ่อให้ได้
ในปี พ.ศ. 2521 นี้เอง ทางกองอุทยานแห่งชาติได้ส่งคุณปรีชา กระดุมชิต ให้มารับหน้าที่เป็นหัวหน้าวนอุทยานน้ำตกแพง เป็นคนแรก แต่คุณปรีชาได้ขอร้องให้อยู่ช่วยเป็นพี่เลี้ยงไปสักระยะหนึ่ง จนกว่าท่านจะชำนาญพื้นที่และปรึกษาเกี่ยวกับโครงการที่ผู้บันทึกได้วางไว้ จึงจำเป็นต้องรับตกลง เพื่อให้คุณปรีชาสะดวกทุกประการ
หมดหน้าที่ต้องบอกงานให้คนงานทำงานเหมือนก่อน และไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องงานอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่อยู่ดูแลรับฟังและปรึกษากัน
เป็นอันว่าเรือนพักรับรองก็ได้ต้อนรับคุณปรีชา กระดุมชิต ให้ความสะดวกสบายได้มีห้องนอน ห้องทำงาน ห้องครัว ห้องน้ำและที่นั่งรับแขก ความเรียบร้อยที่เห็นก็เพราะการเตรียมพร้อมเพื่อต้อนรับ ผู้มารับหน้าที่ หัวหน้า วนอุทยานน้ำตกแพง นั่นเอง
การสร้างวนอุทยานน้ำตกแพง ซึ่งเป็นวนอุทยานจากความฝัน กว่าจะสำเร็จเป็นความจริง ต้องต่อสู้กับอุปสรรค ซึ่งไม่สามารถจะบันทึกให้หมดสิ้น จึงเลือกสรรเก็บงานที่เป็นสาระบางเรื่องบันทึกไว้เป็นตอน เพื่อเป็นอนุสรณ์กันลืม เป็นข้อมูลบางอย่างแก่ผู้สนใจ และอาจเป็นประโยชน์ต่ออนุชนรุ่นต่อไปได้บ้าง
บัดนี้ผู้บันทึกหมดภาระหน้าที่บริหารงานในวนอุทยานฯ ลงแล้วตั้งแต่คุณปรีชา กระดุมชิต เข้ามารับงานเป็นหัวหน้าดูแล จึงหวังแต่เพียงว่า จากนี้ไป วนอุทยานจากความฝัน อันเป็นมรดกของธรรมชาติและเป็นสมบัติแห่งสาธารณะ ซึ่งเป็นเกียรติภูมิของชาวเกาะพะงัน จะได้รับการดูแลรักษาให้ดำรงค์ไว้ซึ่งคุณค่าเพื่อมวลมนุษย์ชาติสืบไป
โคลงกระทู้
ความรักห้ามยาก ความ ดีวจีหนึ่งพร้อม กายใจ รัก กิจการงานใด ต่อสู้ ห้าม จิตอย่าหลงใหลอกุศล ท่านนา ยาก จนทนกอร์ปกู้ ชีพด้วยศีลธรรม
(c) 1997-2008 KohPhangan.com reproduction without permission prohibited.