บันทึกเรื่องวนอุทยานน้ำตกแพง
หน้าแรก
สารบัญ

วัยหนุ่ม

นึกถึงอดีต

เที่ยวธารเสด็จ

ศึกษาคำว่าอุทยาน
เที่ยวชมป่า ป่าถูกทำลาย
เริ่มสำรวจธารน้ำรัก
สร้างศาลา
สร้างที่พัก
สร้างเขื่อนน้ำล้น
ชาวบ้านเริ่มถอยศรัทธา
ห้ามตัดไม้ทำลายป่าเขตเขาไม้งาม
ถูกคว่ำขัน (คนไม่ใส่บาตร)
ไปเยี่ยมคารวะอาจารย์
เสน่ห์ป่าพรหมาจารีย
วางแผนปลูกไม้คืนป่า
ปลูกไม้คืนป่า
สร้างกุฏิน้อย
คืนน้ำให้ธารด้วน
สำรวจหาที่สร้างเรือนพักรับรอง
เจ้าหน้าที่ของกองอุทยานฯ
รับคนงาน
ตกแต่งป่า
ร้อนถึงอาจารย
โยมแม่ทุกข์ใจเพราะลูก

 

ร้อนถึงอาจารย์


ข่าวลือ ซึ่งเล่าสู่กันฟังจากปากต่อปาก จากวงแคบสู่วงกว้างขยายออกเรื่อยไป จนรู้ถึงท่านอาจารย์ ท่านเจ้าคุณวิสุทธิโสภณ เจ้าอาวาสวัดดุสิตาราม บางกอกน้อย กรุงเทพฯ ว่า “พระมหาวิธูร ธมมวโร ซึ่งท่านเจ้าคุณวิสุทธิโสภณ ผู้เป็นอาจารย์นิมนต์จากวัดทองธรรมชาติฯ เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ไปอยู่วัดราษฎร์เจริญ ต.เกาะพะงัน อ. เกาะพะงัน จ. สุราษฎร์ธานี ได้แสดงความโอหัง อวดเด่นอวดดี หวงห้ามไม่ยอมให้ใครตัดไม้เพื่อทำไร่ทำสวนหรือเผาถ่าน เหมือนอบ่างเคยทำกันมาแต่อดีต ท่านโลภมาก ฟังว่าท่านเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นพระจัญไร สติเฟื่อง เสียจริต คำด่า สาบแช่งสาระพัดสาระพันที่สรรหา ทั้งต่อหน้าและลับหลัง คนหมดศรัทธา คนเกาะพะงันไม่มีใครนิมนต์ให้นั่งเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอุปัชฌาย์ผู้ใหญ่ที่เกาะสมุยต้องมานั่งอุปัชฌาย์บวชให้ ทุกงานที่มีพิธีเข้าพระ เขาไม่ต้องการพระมหาวิธูร ส่วนพระองค์อื่นเข้าไปนั่งในพิธีอย่างปกติ บางครั้งมีนิมนต์ด้วยเหมือนกัน เช่น นิมนต์ไปนั่งอุปัชฌาย์บวชนาค ไปงานศพ นัดวันเวลามารับ ต้องเตรียมตัวนั่งรอเก้อนับครั้งไม่ถ้วน บางครั้งในวัดที่ท่านเป็นเจ้าอาวาส เมื่อมีบุญสังฆทาน บังสกุลอัฐิแม้นั่งร่วมอยู่ด้วย ยังไม่มีใครประเคนให้ พระนอกนั้นเจ้าภาพประเคนให้อย่างปรกติ” คำดังกล่าวเหล่านี้ท่านอาจารย์ได้ฟังถึงกับร้อนใจ ต้องเดินทางมาหาศิษย์ที่วัดราษฎร์เจริญ ตรงกับวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2521

ท่านอาจารย์พูดขึ้นว่า
“อาจารย์ร้อนใจจึงได้ลงมาที่เกาะพะงัน”
ศิษย์ “มีเรื่องร้อนใจเกี่ยวกับอะไรครับ?”
อาจารย์ “ก็เพราะเธอนั้นแหละ อย่าไปยุ่งอย่าไปเกี่ยวข้องกับป่าที่เธอสร้าง
วนอุทยานน้ำตกแพงนั้นได้ไหม?”
ศิษย์ “ได้ครับ แต่ไม่ใช่เวลานี้หรือวันนี้ครับ”
อาจารย์ “ จะหยุดเกี่ยวข้องเมื่อไร บอกอาจารย์ได้ไหม?”
ศิษย์ “ เสร็จตามโครงการที่วางไว้ครับ”
อาจารย์ “โครงการอะไรกันนัก ปล่อยวางเถิดอย่าไปเกี่ยวข้องกับวนอุทยานฯ นั่นเลย”
ศิษย์ “ความจริงผมตั้งใจว่าจะไม่ยุ่ง เพราะความจำเป็นต้องยุ่งคงจะไม่นานผมจะต้องวางมืออย่างแน่นอนครับ”
อาจารย์ “เพราะความจำเป็นอะไรถึงต้องยุ่ง ยิ่งเข้าไปยุ่งไปเกี่ยวข้อง ความเสี่อมความเสียหายย่อมเกิดขึ้นแก่เธอมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้ไม่มีใครใส่บาตร ไม่มีใครนิมนต์ไปในพิธี ไม่มีใครต้องการเธอเป็นพระอุปัชฌาย์เป็นเจ้าคณะตำบล ไม่มีใครต้องการให้บวชลูก ไม่มีใครเคารพ เธอรู้ไหม?”
ศิษย์ “ทราบผมทราบครับ”
อาจารย์ “รู้แล้วทำไมยังดื้อดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับป่า “วนอุทยานน้ำตกแพง” อยู่อีก?”
ศิษย์ “เพราะยังไม่เสร็จภาระกิจครับ”
อาจารย์ “สำเร็จหรือไม่ก็ตาม เลิกได้แล้วอาจารย์ขอร้อง”
ศิษย์ “อาจารย์ครับ กระผมทราบเจตนาดีของอาจารย์ แต่กระผมตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะเลิกและจะไม่เกี่ยวข้องเมื่อถึงเวลา อาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วง กระผมเลิกเกี่ยวข้องอย่างแน่นอนครับ”

รู้สึกเสียใจที่ต้องทำให้อาจารย์ผิดหวัง ท่านคงจะไม่พอใจในความรั้นของศิษย์อยู่บ้าง ที่ตอบคำถามของท่านแต่เพียงขอเวลาให้โครงการแล้วเสร็จก่อนจึงจะไม่เกี่ยวข้องกับวนอุทยานน้ำตกแพง หากคำตอบของศิษย์ไม่เป็นที่สบายอารมณ์ ศิษย์กราบคารวะขอความเมตตาจากอาจารย์ โปรดให้อภัยศิษย์ด้วยครับ

จะไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร ในเมื่องานสร้าง “วนอุทยานน้ำตกแพง” ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ชุมชนยังไม่เข้าใจว่าวนอุทยานนั้นมีค่ามีประโยชน์ต่อ ผู้คนอย่างไร บางท่านไม่เคยให้ความสำคัญเลยว่า ชีวิตของสัตว์โลกทั้งมวลดำรงค์อยู่ได้ต้องอาศัยธรรมชาติ หากขาดธรรมชาติลงเมื่อใด สัตว์โลกก็ไม่อาจอยู่ได้ แต่ธรรมชาติมันเป็นไปของมันได้โดยไม่ต้องอาศัยสัตว์โลก

สัญชาติญาณแห่งความรักความสงสารยังมีอยู่ในใจ เห็นภัยพิบัติกำลังจะเกิดแก่ส่วนรวม เพราะเหตุทำลายธรรมชาติจึงคิดป้องกัน แม้พวกท่านจะตัดสินลงโทษ เพราะเหตุมาจากการสร้าง “วนอุทยานน้ำตกแพง” ถึงกับคว่ำขันไม่ใส่บาตร ชี้หน้าประนาม ก็จำต้องยินดีน้อมรับ ต้องอดทนได้ รอได้ จนกว่าวันหนึ่งท่านจะเข้าใจและรับรู้ว่า “วนอุทยานน้ำตกแพง” คือมรดกล้ำค่าของชาวเกาะพะงันและจะให้ประโยชน์อย่างสูงต่อชาวเกาะพะงัน

แม้เวลานี้ คุณสมบูรณ์ วงศ์ภักดี มาเปิดรับงานไปแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าทางกองอุทยานแห่งชาติ จะส่งใครเข้ามารับหน้าที่นี้เมี่อใด จึงจำเป็นต้องทำงานไปก่อนไม่ให้ขาดตอนเสียหาย

หลังเที่ยง ทราบว่าท่านอาจารย์พร้อมด้วยคุณอำพล และชาวบ้านหลายคน ได้พาไปดูงานการสร้างวนอุทยานน้ำตกแพง ให้เห็นข้อเท็จจริง สิ่งแรกที่ท่านอาจารย์เห็นคือการเปลี่ยนแปลงจากสภาพเดิมไปอย่างมาก เพราะก่อนนี้ท่านอาจารย์ต้องเดินบุกป่าหรือไม่ก็ต้องลุยไปตามท้องน้ำจนกว่าจะถึงน้ำตกแพง แสนทุลักทุเล แต่วันนี้ท่านอาจารย์นั่งรถเข้าไปถึงน้ำตกแพง มีลานกลับรถ จอดรถได้สะดวก มีศาลาทรงไทยให้นั่งพักผ่อน มีน้ำในเขื่อนให้สรงมีทางเดินเท้าริมธารให้เดินชมธรรมชาติ มีโดมให้ชมทิวทัศน์ มีทางเท้าชมป่า มีเรือนพักรับรอง มีกุฏิน้อยให้นั่ง มีสระน้ำคืนน้ำลงธารน้ำด้วน มีประปาใช้ทั่วไปบนสันเขาน้ำลอด มีการปลูกไม้คืนป่า ผู้บันทึกคิดว่า ท่านอาจารย์คงจะได้เห็นสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นแล้ว จะเข้าใจคำตอบของศิษย์ได้เป็นอย่างดี คิดว่าอาจารย์คงจะให้อภัยศิษย์บ้าง

ยามยาก ยามลำบาก ยามคับขัน ย่อมเข้าใจจิตเข้าใจธรรมที่ตนมีหรือไม่มีได้เป็นอย่างดีและชัดเจนยิ่งนัก

เย็นมากแล้ว ผู้บันทึกซึ่งยืนอยู่ภายในลานวัดได้เห็นคณะของท่านอาจารย์ที่ขึ้นไปดูการสร้างวนอุทยานน้ำตกแพง กำลังเดินเข้ามาภายในวัด คุณอำพล ยกมือไหว้ผู้บันทึกมาแต่ไกล จนกระทั่งเดินเข้ามาถึงแล้วพูดขึ้นว่า “โอ้โฮ ท่านสร้างบารมีใหญ่โตเหลือเกิน ไปเห็นงานของท่านจนทั่วแล้ว น้อยคนที่จะทำได้ ผมขอรับส่วนบุญกุศลนี้ด้วยครับ สาธุ”

นายพร ศรีทองกุล เดินเข้ามาใกล้ได้เล่ากิริยาของท่านอาจารย์ที่ได้เห็นงานและได้พูดเปรยๆ ออกมาขณะเปิดก๊อกน้ำประปาล้างหน้าล้างตัวคลายร้อนว่า “ลูกเอ๋ย ขอให้ลูกจงมีแต่ความสุขเถิด พ่อไม่นึกเลยว่า ลูกจะมาสร้างวนอุทยานน้ำตกแพงได้ดีขนาดนี้”

คำให้พรของท่านอาจารย์ที่มีต่อศิษย์ แม้ไม่ใช่ต่อหน้าเพียงแต่นายพรมาบอกเล่าให้ฟัง ได้ฟังแล้วเหมือนได้รับทิพยมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ ช่วยชโลมจิตใจที่กำลังเร่าร้อนกระวนกระวาย ด้วยความทุกข์ทรมาน ให้สงบเย็นลงและปิติเป็นอย่างยิ่ง

 

(c) 1997-2008 KohPhangan.com
reproduction without permission prohibited.