บันทึกเรื่องวนอุทยานน้ำตกแพง
หน้าแรก
สารบัญ

วัยหนุ่ม

นึกถึงอดีต

เที่ยวธารเสด็จ

ศึกษาคำว่าอุทยาน
เที่ยวชมป่า ป่าถูกทำลาย
เริ่มสำรวจธารน้ำรัก
สร้างศาลา
สร้างที่พัก
สร้างเขื่อนน้ำล้น
ชาวบ้านเริ่มถอยศรัทธา
ห้ามตัดไม้ทำลายป่าเขตเขาไม้งาม
ถูกคว่ำขัน (คนไม่ใส่บาตร)
ไปเยี่ยมคารวะอาจารย์
เสน่ห์ป่าพรหมาจารีย
วางแผนปลูกไม้คืนป่า
ปลูกไม้คืนป่า
สร้างกุฏิน้อย
คืนน้ำให้ธารด้วน
สำรวจหาที่สร้างเรือนพักรับรอง
เจ้าหน้าที่ของกองอุทยานฯ
รับคนงาน
ตกแต่งป่า
ร้อนถึงอาจารย
โยมแม่ทุกข์ใจเพราะลูก

 

เจ้าหน้าที่ของกองอุทยานฯ


วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2520 เย็นมากแล้ว ผู้บันทึกกับสามเณรชาญยุทธ ออกจากที่พักริมเขื่อนน้ำล้นถึงวัดราษฎร์เจริญประมาณห้าโมงกว่า เมื่อเข้าภายในวัด หน้ากุฏิมีคนแปลกหน้าแต่งตัวด้วยเนื้อผ้าเรียบร้อย ในมือถือกระดาษแผ่นหนึ่งเดินเข้ามาหาและยกมือไหว้

“ขอโทษครับ ท่านอาจารย์มหาวิธูรใช่ไหมครับ?”
“ใช่ครับ มีธุระอะไรหรือ?”
“ทางกองอุทยานแห่งชาติให้ผมมาดูงานสร้างวนอุทยานน้ำตกแพงของท่านครับ”
“วันนี้ เวลาไม่เอื้ออำนวยแล้ว พรุ่งนี้ขึ้นไปได้ไหมครับ?”
“ได้ครับ”
“ตกลง พรุ่งนี้เช้าจะขึ้นไปพร้อมกัน ประมาณ 8.30 น. อาตมาขอเชิญท่านพักที่นี่ ท่านจะตกลงไหมครับ?”
“ดีมากครับ ผมขอพักกับอาจารย์ที่นี่เลย”

ผู้บันทึก เชิญเจ้าพนักงานของกองอุทยานแห่งชาติไปกุฏิ มอบกุญแจให้ ท่านเก็บกระเป๋าทำธุระส่วนตัวแล้วกลับมานั่งพูดคุย เมื่อได้เวลาพอสมควร ก็ขอตัวกลับที่พัก

ผู้บันทึกได้ส่งข่าวไปให้โยมพ่อจันทร์ บุญญา และน้องๆ ได้รับทราบเรื่องที่เจ้าหน้าที่ของกองอุทยานแห่งชาติจเขึ้นไปตรวจงานสร้างวนอุทยานน้ำตกแพง จึงขอให้ช่วยเตรียมอาหารไปเพลที่วนอุทยานด้วย

ผู้บันทึกพร้อมด้วยสามเณรชาญยุทธ เจ้าพนักงานของกองอุทยานแห่งชาติ เพิ่งรู้ชื่อภายหลังว่า คุณสมบูรณ์ วงศ์ภักดี ส่วนนายช่างชาญ เสาวลักษณ์ ได้นำรถจี๊ปมารับ เมื่อพร้อมทุกอย่าง นายช่างชาญ ก็เริ่มนำรถแล่นออกจากวัดเวลา 8.30 น. มุ่งหน้าสู้วนอุทยานน้ำตกแพง ผู้บันทึกรับภาระเป็นมัคคุเทศน์ เริ่มต้นที่หมู่บ้านมะเดื่อหวาน โค้งซ้ายไปบ้านโฉลกหลำ ตรงไปคือวัดมธุรวราราม แยกขวาไปวนอุทยานฯ ถนนสายนี้กลุ่มผู้บันทึกเป็นผู้สร้าง ระยะทาง 1 ก.ม. ก็ถึงเขตวนอุทยานฯ รถแล่นเข้าจอดริมเขื่อนน้ำล้นใกล้ที่พัก ทุกคนลงจากรถ ผู้บันทึกนำของบางอย่างลงจากรถไปเก็บในที่พักแล้วนำคุณสมบูรณ์ วงศ์ภักดี เดินชมเขื่อนน้ำล้น ถนนที่ตัดเป็นวงเวียนและศาลาทรงไทย คุณสมบูรณ์ ได้หยุดนั่งคุยกับโยมพ่อจันทร์ บุญญา นายแนบ บุญญาซึ่งมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่านถือโอกาสขอตัวจากวงสนทนา ออกไปยืนดูน้ำตกแพงน้อย แล้วเดินไปดูสายน้ำตกแพงใหญ่กับสามเณรชาญยุทธ

ผู้บันทึกยังคงนั่งคุยอยู่กับโยมพ่อและน้อง ไม่นานคุณสมบูรณ์ก็เดินกลับมาที่ศาลา ผู้บันทึกจึงนำคณะเดินเลียบธารน้ำไปไม่มากนัก จึงแยกออกเดินไปสู่ยอดโดมที่ชมวิว เมื่อชมทิวทัศน์ที่ยอดโดมสักพักก็เดินลงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ที่หมายคือสันเขาธารน้ำลอดซึ่งจะต้องเดินผ่านป่าหอนาง (กระเช้าสีดา) ที่เพชรหึง ผ่านธารน้ำลอด เข้าสู่ร่มเงาต้นลน จึงชี้บอกให้คุณสมบูรณ์ทราบว่า ที่ตรงนี้ได้วางแผนการว่าจะสร้างเรือนพักรับรอง แต่ยังไม่พร้อมจะทำ เราเดินผ่านธารน้ำด้วนไปเล็กน้อยถึงกุฏิน้อย ทุกคนจึงนั่งพักเหนื่อย พอหายเหนื่อยก็นำคุณสมบูรณ์ ชมสระน้ำที่มีน้ำค่อนสระกำลังไหลพุ่งจากแป๊ปลงสระอย่างแรง น้ำใสสะอาด เที่ยวเดินดูแป๊ปน้ำประปาตามที่ต่างๆ ซึ่งติดก๊อกไว้เป็นจุดๆ เพื่อเปิดน้ำรดต้นไม้และชะลอการเดินทางของน้ำให้ช้าลงด้วย วิธีการคือให้ดินอุ้มน้ำ แล้วค่อยไหลซึมออกไปยังธารน้ำด้วนบ้างธารน้ำรักบ้าง

เราย้อนกลับมานั่งที่กุฏิน้อยได้อธิบายเพิ่มเติมการเดินทาง ที่เดินกันมาจากเขื่อนน้ำล้น มาถึงสันเขาธารน้ำลอดที่กุฏิน้อยหลังนี้ระยะทาง 1 ก.ม. กว่าเล็กน้อยส่วนที่ผ่านมาเป็นป่าเกิดใหม่ทั้งสิ้นจำเป็นต้องถนอมรักษาไว้ ดีกว่าทำลายแล้วปลูกใหม่ สันเขาที่เรานั่งอยู่นี้ อาตมาได้ปลูกกล้าไม้ยางตามริมธารน้ำจำนวนมาก และจะหาพันธุ์ไม้อื่นมาเพิ่มเติมนั่น...(ชี้ให้ดู) ป่าพรหมจารีย์ ป่าที่เกิดมาพร้อมคู่กับเกาะพะงัน ไฟไม่เคยไหม้ ไม้ใหญ่ไม่เคยถูกทำลาย มีไม้หลายหลากพันธุ์ เหตุที่ได้มาสร้างกุฏิน้อยอยู่ตรงนี้ ก็เพื่อต้องการดูแลรักษาป่าพรหมจารีย์ไว้ให้เป็นมรดกของชาติ ซึ่งเป็นสาธารณะ เพื่ออนุชนผู้รักป่าใคร่ต่อการศึาษาจะได้มีที่ให้เข้ามาศึกษา

คุณสมบูรณ์ พูดว่า “ผมเห็นงานของท่านที่ทำมาถูกต้องตามหลักวิชาการ โครงการที่จะสร้างเรือนพักรับรองผมยินดีช่วย ท่านลงมือทำได้ตามที่ต้องการครับ”

เมื่อนั่งคุยและนั่งพักหายเหนื่อย จึงนำคณะออกจากกุฏิน้อยเดินเข้าป่าพรหมจารีย์ เพื่อชมความสมบูรณ์ของป่า เมื่อเดินเข้าไปถึงป่าจึงบอกให้คุณสมบูรณ์ทราบว่า ป่าหรือดงไม้ใหญ่นี้ชาวบ้านเรียกว่า “ป่าธารน้ำลอด” เนื่องจากน้ำไหลลอดออกมาจากเขา ผ่านโขดหินสลับซึบซ้อนขรุขระเป็นส่วนมาก ไม้ที่สันเขาแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นไม้ยาง ไม้สวย ไม้มังตาล ไม้ชั้นกลางและไม้เล็ก ชั้นล่างส่วนมากเป็นไม้นวน

คุณสมบูรณ์ พูด “ที่เกาะพะงันมีไม้ใหญ่มาก ต้นสูงตรงไม่คดงอ ที่สำคัญไม้ใหญ่ อยู่ระยะไม่ห่างกัน ผมไปเปิดป่าวนอุทยานหรืออุทยานมาหลายแห่ง ไม่มีที่ไหนมีไม้มากอย่างนี้ ที่นี่มีไม้มากจริงๆ จะได้ไปเล่าให้เจ้านายฟังพร้อมกับภาพที่ถ่ายไว้นี่ด้วย”

คณะของเราเดินพลางชมไม้ไปพลางก็เข้าเขตท่าสะตอ ได้เวลาเพลพอดี จึงฉันเพลที่ท่าสะตอ ที่เรียกขานกันอย่างนั้นเพราะทิ่ริมธารหรือริมท่านั้นมีต้นสะตอจึงเป็นสัญลักษณ์ของชื่อเรียก “ป่าท่าสะตอ ท่าน้ำสะตอ”

เมื่อทานอาหารเพลกันเรียบร้อย ก็เดินชมไม้ชมป่าเรื่อยไปจนเข้าเขตสันเหมืองหมาก คุณสมบูรณ์ เห็นต้นมังตาลขนาดใหญ่อยู่ริมทางด้านขวามือ ถึงกับอุทาน “โอ้โฮ มันใหญ่โตถึงขนาดนี้หรือ? ผมไม่นึกเลยว่า เกาะพะงันเล็กๆ จะมีไม้ใหญ่ให้ดูถึงเพียงนี้” คุณสมบูรณ์ นำตลับเมตรออกมาวัดรอบวงของต้นได้ 6 เมตรกว่า แล้วเดินต่อไปไม่ไกลก็มีไม้ชนิดเดียวกันอีก ต้นโตกว่าต้นแรก อยู่ทางซ้ายมือของสันเขาเหมืองหมาก สันเขาเหมืองหมากนี้มีไม้มากกว่าสันเขาธารน้ำลอด ยิ่งเดินไปข้างหน้าแยกทางซ้ายไปเหมืองออกมีไม้มากที่สุด คนชอบป่า ชอบต้นไม้ มีไม้หลากพันธุ์ให้ชม พวกเราเหมือนถูกมนต์ขลังของป่าตรึงให้อยู่กับที่เป็นเวลานานเพื่อดูป่าดูไม้ให้อิ่มใจเมื่อมีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับป่าที่แท้จริง

เมื่อสมควรแก่เวลา จึงกลับกุฏิน้อย เพื่อล้างหน้าล้างตัวคลายร้อน นั่งพักผ่อนพอได้หายเหนื่อยหายอ่อนเพลียเพราะเดินกันไกล สักพักจึงนำคณะเดินทางสู่ที่พักริมเขื่อนน้ำล้น ใช้เวลาเดินไม่นานก็ถึง นั่งพักผ่อนพูดคุยเรื่องต่าง ๆ แล้วคุณสมบูรณ์ วงศ์ภักดีได้พูดขึ้นว่า

“ผมขอเปิดวนอุทยานน้ำตกแพงตั้งแต่เดือนนี้ (ตุลาคม) ผมให้คนงานกับท่านอาจารย์ได้ 9 คน อาจารย์หาคนงานเอาเองได้ครับ เรียบร้อยแล้วค่อยส่งชื่อคนงานไปให้ผมๆ จะได้ส่งค่าแรงมาให้ครับ”

ยังไม่รู้ว่า จะโชคดีหรือไม่อย่างไร ที่ต้องเป็นพนักงานนิรนามของกรมป่าไม้ แผนกกองวนอุทยานแห่งชาติ โดยไม่มีชื่อในบัญชี

เมื่อสร้าง “วนอุทยานน้ำตกแพง” ตั้งแต่เริ่มจนผ่านอุปสรรคหลายหลากและสำเร็จตามโครงการที่ใฝ่ฝัน งานเพียงเล็กน้อยซึ่งถูกมอบหมายหน้าที่ให้ คิดว่าทำได้และยินดี

 

 

(c) 1997-2008 KohPhangan.com
reproduction without permission prohibited.