วัยหนุ่ม
นึกถึงอดีต
เที่ยวธารเสด็จ
วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 ผู้บันทึกได้มีโอกาสมาที่ริมแอ่ง วังน้ำรัก อีกครั้งหนึ่ง ดูตัวอักษรที่ตนจารึกกับแผ่นหินริมผาน้ำตก หวนนึกถึงชีวิตตนในอดีต
เวลาผ่านมา 17 ปีแล้ว ผู้บันทึกยังมองไม่เห็นหนทาง จะสามารถสร้างวนอุทยานขึ้นมาได้อย่างไร วิธีการใด ยังเป็นแต่เพียงความคิดเพื่อหาหนทางบุกเบิก สร้างสิ่งที่ตนใฝ่ฝัน
เมื่อพยายามคิดหาช่องทาง สักวันโอกาสอาจจะเปิดให้กับความพากเพียร
ขณะนั่งคิดถึงอดีต พระมหาประกิจ พระทองหล่อ พระประสิทธิ์ ส.ณ. วิสูรติ ส.ณ. พินิจและส.ณ. ชมพล ได้เดินกลับลงมาจากตอนเหนือของธารน้ำรัก นั่งลงบนลานหินใกล้กับผู้บันทึก มหาประกิจเล่าสิ่งที่ไปเห็นมาให้ฟังว่า ท่านมหา เลยจากที่นี่ไปหน่อยมีน้ำตกสวยมาก น้ำตกลงมาเป็นชั้นๆ ชั้นบนสุดมองเห็นสวนมะพร้าว เรือประมงที่แล่นในทะเล เห็นหมู่เกาะอ่างทองและทิวเขาไกล จางๆ คล้ายบังด้วยม่านผ้า สวยมากครับ
ผู้บันทึกจึงบอกให้เธอรู้ว่า นั่นล่ะน้ำตกแพรก เกิดจากธารน้ำเล็กสองสายคือ ธารน้ำลอดกับธารน้ำด้วนมารวมกัน ไหลลงธารน้ำรักแล้วตกลงมาเป็นชั้นๆ และเป็นสาขาต้นน้ำของธารน้ำรัก
พระมหาประกิจจึงพูดขึ้นว่า เออ ชื่อเพราะดีเหมือนกัน
พระทองหล่อจึงถามบ้างว่า พี่มหา น้ำตกนี่ละครับ ชื่ออะไร
น้ำตกเซาะผาครับ ผู้บันทึกบอก เพราะว่าน้ำที่ตกลงมาเซาะหินผาตลอดเวลา จนหินกร่อนปรากฏเป็นรอย เห็นไหมครับ บางแห่งหินเป็นร่องลึก เป็นโพรง
น้ำตกโน้นละ ชื่ออะไรครับ พระทองหล่อชี้
น้ำตกโจรขั้นบันใดครับ
แหม ตั้งชื่อได้เหมาะ ธรรมชาติเหมือนจงใจให้เป็นขั้นบันใด น้ำตกลงมาเป็นทอด สวยดีแท้ พระทองหล่อชมตามความรู้สึก
ท่านมหา กลับลงไปเที่ยวเขตแพง ดูน้ำตกแพงน้อยดีกว่า เพราะตอนนี้ฝนตกใหม่ๆ น้ำมากสวยดี พระมหาประกิจชวนแล้วพูด
เห็นว่าคุณทองหล่อมาจากต่างจังหวัด อยากให้ชมน้ำตกแพงน้อยสักหน่อย กลับไปเผื่อจะได้เล่าให้ญาติโยมทางโน้นฟัง
ครับคงเป็นอย่างนั้น ไปก็ไป แต่น้ำตกอยู่ไกลไหม?
ไม่ไกล อยู่ใกล้กับธารน้ำสายนี้ แต่น้ำตกลงมาจากธารเล็ก อีกสายหนึ่งไหลมารวมกับธารน้ำสายนี้ พระมหาประกิจอธิบายให้ฟัง
ผู้บันทึกพร้อมด้วยพระและสามเณรที่ร่วมมาด้วยกัน จึงอำลา วังน้ำรัก กลับไปชมน้ำตกแพงน้อยกันต่อไป
พี่มหา นี่ใช่ไหมน้ำตกแพงน้อย? พระทองหล่อถาม
ใช่ครับ พระมหาประกิจตอบ
โอ้โฮ! สวยจริง ตกสูงเสียด้วย
ครับ สูงประมาณ 25 เมตร พระมหาประกิจตอบ
ผมก็กะว่าประมาณนั้นเหมือนกัน พระทองหล่อพูดแล้วหันมาให้ข้อคิดกับผู้บันทึกว่า น้ำตกและวังน้ำทุกแห่ง ควรจะมีชื่อบอกไว้อย่างนี้แหละดี จะได้รู้ว่าเราอยู่ตรงจุดไหนของธารน้ำเมื่อเอ่ยชื่อถึง ถ้าทำได้ควรเขียนป้ายบอกชื่อติดไว้ เพื่อให้นักทัศนาจรได้รู้ ไม่ต้องสะกิดถามกัน
ผมก็คิดเช่นเดียวกับคุณ แต่ติดขัดอยู่กับทุนและคนที่จะเสียสละเวลาเพื่อร่วมกิจกรรมส่วนรวม คนแบบนี้หายาก นี่คงเป็นเหตุหนึ่งที่บ้านเมืองและชนบทของเรา เจริญได้ยาก
โดยทั่วไปแล้วก็เหมือนกันละครับ เข้าทำนองมือใครยาวสาวได้สาวเอา ไม่ค่อยสนใจเรื่องอย่างนี้หรอก นี่พี่มหากลับมาอยู่เกาะ เป็นมาตุภูมิ น่าจะหาโอกาสมาทำสิ่งที่ผมพูดเพื่อส่วนรวมนะครับ
ท่านครับ ผมเคยคิดจะสร้างสถานที่นี้ให้เป็นรมณียสถานสำหรับส่วนรวม ตั้งแต่ผมอายุ 18 ปี แต่ยังหาโอกาสทำไม่ได้ ผมจะเล่าความฝันให้คุณรู้ก็ได้
ผมคิดตัดถนนให้รถขึ้นถึงน้ำตกแพง สร้างศาลาทรงไทย สร้างเขื่อนน้ำล้นและถนนเลียบเขื่อน แล้วเขียนป้ายบอกชื่อน้ำตกทุกที่ วังน้ำทุกวัง แล้วให้ชื่อสถานที่นี้ว่า วนอุทยานน้ำตกแพง ครับ
คุณช่างคิดดีนะ ภาวนาขอให้มันเป็นความจริง หากทำสำเร็จ ก็จะเป็นมงกุฏล้ำค่าของเกาะพะงัน
ผมคิดเล่นๆ อย่างนั้นแหละครับ
สักพักหนึ่งท่านมหาประกิจก็ลากลับ พระทองหล่อพูดต่อ
ท่านครับ เกาะพะงันถึงแม้จะเล็กก็จริง แต่มีทุกสิ่งทุกอย่างให้ชมมาก ตั้งแต่ผมเริ่มมาถึงเกาะพะงัน ก็เห็นหาดทรายชายฝั่งสวยแปลกตามีแหลมทราย แหลมดิน แนวต้นมะพร้าว ยาวเหยียดตามริมฝั่ง ยังมีทุ่งนาป่าเขา ธารน้ำตก ในน้ำมีปลา ในป่ามีสัตว์ อุดมสมบูรณ์ ฤดูแล้งชาวเกาะยังไม่ขาดน้ำ อากาศไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป ฝนก็ไม่ชุกเกิน จะตกอย่างไรก็ไม่ท่วมเกาะ พืชผลในไร่ในสวนก็ให้ผลดี ไม่ค่อยเสียหาย อาหารมีให้เลือกเหลือเฟือ คนเกาะพะงันนี่แสนสบาย
ก็ถูกอยู่บ้าง แต่บางอย่างก็ไม่ใช่ เพราะชาวเกาะพะงันมีนาก็จริงแต่ทำเลี้ยงคนเกาะพะงันหรือแม้ในครอบครัวก็ไม่ได้ บางครั้งชาวเกาะเกือบพากันอดตายหมด เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกตัดขาดจากฝั่ง เรือไปมาไม่ได้เลย ถูกเครื่องบินยิงบ้าง เรือใต้น้ำรบกวนบ้าง ต้องอดข้าว บางคนอาศัยเนื้อมะพร้าวอ่อนผสมกับเผือก-มัน ผมประสบกับตนเองยังนึกกลัวอยู่ ยังมีฤดูมรสุมอีก ไม่รู้ว่าจะเล่นงานเมื่อไหร่ เวลามันแผลงฤทธิ์ ชาวเกาะจะตกใจขวัญเสียไปทันที เพราะเรือมาส่งข้าวสารไม่ได้ จึงกลายเป็นช่วงข้าวยากหมากแพงกระทันหัน
แต่ผมยังคิดว่า คนชาวเกาะพะงันยังได้เปรียบคนทางฝั่งอยู่บ้างเฉพาะชาวสวนที่นี่กับชาวนาบ้านผมที่พิษณุโลก
ได้เปรียบอย่างไรครับ
ได้เปรียบหลายอย่าง เช่นรายได้ ชาวสวนที่นี่มีรายได้จากมะพร้าวและผลไม้ที่มีอยู่ในสวน รวมแล้วปีละเป็นหมื่น ยังมีผัก มีกุ้ง ปลา กะปิ ส่วนมากชาวสวนบนเกาะหามาได้เองไม่ต้องจ่ายสตางค์ ยังมีโอกาสขุดแร่ ร่อนแร่ ตัดไม้ขาย เผาถ่านขาย ล้วนแต่เป็นรายได้ ส่วนชาวนาจะมีรายได้มาจากข้าวอย่างเดียว หากฝนฟ้าไม่นำโชคก็ไม่มีสิ่งอื่นมาชดเชย กุ้ง ปลา ปู หอยก็หายาก ผักหญ้าก็ปลูกลำบากเพราะขาดน้ำ ผมว่าชาวสวนเกาะพะงันได้เปรียบคนฝั่งโน้นมาก
คุณทองหล่อครับ ที่คุณเห็นสภาพของเกาะพะงันแล้วคาดคิดว่าชาวเกาะพะงันรายได้ดี ไม่ค่อยมีรายจ่ายเพราะหาอาหารมาได้เอง มันเป็นภาพลวงตา ความจริงชาวเกาะส่วนมากชอบซื้อ ไม่ค่อยชอบหา คนชอบหามีน้อย คนชอบซื้อมีมาก จำพวกอาหารทะเล กุ้ง ปู ปลา หอย มีมากก็จริง แต่คนที่นี่ชอบความสบาย ใครจะถ่อกายให้ลำบาก ผักหญ้าที่เห็นวางขายในตลาดก็มาจากที่อื่นแทบทั้งสิ้น บางคนมีที่ดินว่างเปล่ามากก็ปล่อยทิ้งไว้ ไม่ทำประโยชน์ ผักที่ควรจะมีก็ไม่มี
เป็นอย่างนั้นจริงหรือ แหม กุ้ง ปู ปลา หอย ทั้งของน้ำเค็มน้ำจืดมีมากจริงๆ ดูซิ พระทองชี้ให้ผู้บันทึกดูปลาในน้ำใกล้กับที่นั่ง ปลาเหล่านี้ ถ้าเป็นบ้านผมไม่มีโอกาสอยู่ให้เห็นหรอก เด็กทอดแหกันหมด
ปลาเหล่านี้หรือ?
ครับ ปลาพวกนี้แหละ คนบ้านผมชอบมาก ใส่เกลือทำเค็มทอดกรอบ อร่อยดีแท้แกงส้มก็แซ่บอีหลี
ปลาซิวนี่ คนที่นี่ไม่มีใครสนใจ ธารน้ำนี้เมื่อผมยังเด็กเคยมาจับปลาดุก ปลาช่อน ปลาเนื้ออ่อน ปลาแขยง กุ้งขยะ กุ้งคูลัน กุ้งหลวงบ่อยที่สุด กลางคืนก็เคยมาส่องกบ สมัยนั้นสนุกจริงๆ เดี๋ยวนี้พวกหาปลาเล่นจับกันด้วยยาเบื่อ สัตว์น้ำเกือบจะสูญพันธุ์อยู่แล้ว จึงไม่เห็นเด็กมาจับปลากันอีก สมัยก่อนยิ่งฤดูน้ำน้อยอย่างนี้ พวกเด็กมาจับปลา จับกุ้งกันเต็ม
เอ๊ะ ปลาดุก ปลาช่อน ที่ธารน้ำนี้ก็มีด้วยหรือ
เมื่อก่อนมีครับ เดี๋ยวนี้คิดว่าคงจะหมดไปแล้ว
ท่านครับ นี่ก็ยิ่งให้ผมเชื่อว่า ชาวเกาะพะงันที่ขยัน มีความเป็นอยู่สบายกว่าชาวนาทางฝั่งบ้านผมมาก
ผมคิดว่า จะเป็นชาวเกาะหรือคนบนฝั่ง ถ้ารู้จักแสวงหาทรัพย์ในดินสินในน้ำมาปรับปรุงให้เป็นประโยชน์ด้วยความขยันหมั่นเพียร รู้จักเก็บออม รู้จักใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล ไม่เล่นการพนัน ทุกคนก็น่าจะมั่นคง
ครับ ผมก็ว่าจริง เอาละถึงอย่างไร ท่านก็กลับมาอยู่เกาะพะงันแล้ว น่าจะหาทางสร้างวนอุทยานตามที่ท่านคิดฝันให้ได้ ผมคิดว่าเมื่อผมกลับไปแล้ว หากมีโอกาสกลับมาเยือนท่านอีก คงจะได้เห็นวนอุทยานในความฝันของท่านเป็นแน่
ครับ ผมจะพยายามหาโอกาส หาช่องทางที่พอจะอำนวยให้ เพราะผมตั้งใจไว้นานแล้ว แต่คิดว่าคุณคงจะได้เห็นวนอุทยานแห่งความฝันของผมก็ได้ หากคุณกลับมาหาผมหลังจากนี้อีกสัก 60 ปี
ผมพูดจริงๆ นะครับ ไม่ได้เย้ยเล่น
ครับ ผมก็คิดว่าอย่างนั้นเหมือนกัน ถึงเวลากลับกันแล้วประเดี๋ยวจะมืดค่ำเดินลำบาก
เรารีบเดินทางออกจากธารน้ำรักกลับวัดราษฎร์เจริญ ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้บันทึกมารักษาการตามคำนิมนต์ของท่านอาจารย์เจ้าคุณวิสุทธิ์โสภณ
(c) 1997-2008 KohPhangan.com reproduction without permission prohibited.