วัยหนุ่ม
นึกถึงอดีต
เที่ยวธารเสด็จ
ปลูกไม้คืนป่า
ครั้งแรกคิดว่า สร้างกุฏิหลังเล็กสำหรับพักผ่อนและเก็บข้าวของเครื่องใช้ก่อนแล้วค่อยปลูกไม้คืนป่า แต่มาคำนวณดูแล้วต้องใช้เวลาไปหาไม้กว่าจะได้ครบตามจำนวนโครงสร้าง ต้องใช้เวลาหลายวัน จึงตกลงใจปลูกไม้คืนป่าก่อน ขณะปลูกไม้คืนป่าก็จะถือโอกาสหาดูไม้ที่จำเป็นพอจะสร้างกุฏิน้อยได้ แล้วตัดสะสมไว้ก่อน
วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2519 แม้อากาศจะร้อนอ้าวในคิมหันต์ฤดู สายลมหยุดนิ่ง ใบไม้หยุดแกว่ง เสียงเรไรระงมไพรก็เงียบสนิท สายน้ำในธารน้ำรักซึ่งไหลดังซ่าๆ มาก่อนก็ไร้เสียง นั่นแสดงว่าน้ำน้อยลงอย่างน่าใจหาย แต่ก็พอมีให้กุ้ง ปูอาศัย ผู้บันทึกกับสามเณรชาญยุทธ ไม่ย่อท้อต่อความร้อน ยังทำงานตามหน้าที่ ร้อนกระหายนัก อาศัยน้ำในธารน้ำรักสำหรับอาบและดื่ม ผ้านุ่งห่มเหม็นสาบก็ได้ซักน้ำที่สะอาด แม้น้ำจะน้อย แต่ก็มีประโยชน์มากมาย
เหมือนคนที่ได้รับการศึกษาฝึกอบรมมาดีแล้ว แม้จะมีน้อยแต่ย่อมมีประโยชน์ต่อโลกมากมาย
ผู้บันทึกกับสามเณรชาญยุทธ เมื่อฉันอาหารเช้าเรียบร้อย ออกจากที่พักไปสันเขาธารน้ำลอด จัดแจงนำกล้าไม้ยาง 100 ต้น ซึ่งเตรียมไว้ปลูกวางเรียงอยู่ริมธารน้ำรักเขตป่าพรหมจารีย์ นำขึ้นมาวางไว้ที่สันเขา ตรงที่สำรวจเพื่อสร้างกุฏิน้อย แล้วเริ่มขุดหลุมปลูกกล้าไม้ยางทางด้านทิศใต้ริมธารน้ำรักเรื่อยไปจรดแยกที่ธารน้ำลอด อยู่ทางทิศตะวันตแของสันเขาเตรียมไว้เพื่อปลูกไม้ตะเคียน แต่ขาดกล้าไม้ จึงได้หากล้าไม้ยางมาลงเว้นช่องห่าง ๆ ไว้ เมื่อได้กล้าไม้ตะเคียนมาจะได้ลงตามช่องว่าง ส่วนที่ดินสองข้างธารน้ำด้วนอยู่ระหว่างธารน้ำรักกับธารน้ำลอด จะปลูกไม้ตำเสา แผนงานปลูกไม้คืนป่าที่สันเขาธารน้ำลอด ไม้ที่จะต้องหามาลงมีเพียงเท่านั้น
ผู้บันทึกกับสามเณรชาญยุทธ วันใดว่างก็เข้าไปตกแต่งป่าตัดหญ้า เผาไฟ ปรับพื้นที่ให้เรียบเพื่อสร้างกุฏิน้อย บนภูมิลักษณ์ซึ่งได้หมายตาไว้เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2519 (ดู เสน่ห์ป่าพรหมจารีย์) ซึ่งเป็ฯที่เนินสูงกว่าข้างๆ สันเขาที่ยื่นออกมาจากเขาใหญ่อยู่ใกล้เขตป่าพรหมจารีย์และใกล้ธารน้ำรัก ขณะเดียวกัน ได้เลือกหาไม้ที่ต้องการสะสมไว้เพื่อสร้างกุฏิน้อย เมื่อไม้มีพร้อมจะได้ลงมือทำ
เพื่อจะได้เป็นที่หลบแดดหลบฝนและพักผ่อนหลับนอน ยามเหน็ดเหนี่อยอ่อนเพลีย
(c) 1997-2008 KohPhangan.com reproduction without permission prohibited.