บันทึกเรื่องวนอุทยานน้ำตกแพง
หน้าแรก
สารบัญ

วัยหนุ่ม

นึกถึงอดีต

เที่ยวธารเสด็จ

ศึกษาคำว่าอุทยาน
เที่ยวชมป่า ป่าถูกทำลาย
เริ่มสำรวจธารน้ำรัก
สร้างศาลา
สร้างที่พัก
สร้างเขื่อนน้ำล้น
ชาวบ้านเริ่มถอยศรัทธา
ห้ามตัดไม้ทำลายป่าเขตเขาไม้งาม
ถูกคว่ำขัน (คนไม่ใส่บาตร)
ไปเยี่ยมคารวะอาจารย์
เสน่ห์ป่าพรหมาจารีย
วางแผนปลูกไม้คืนป่า
ปลูกไม้คืนป่า
สร้างกุฏิน้อย
คืนน้ำให้ธารด้วน
สำรวจหาที่สร้างเรือนพักรับรอง
เจ้าหน้าที่ของกองอุทยานฯ
รับคนงาน
ตกแต่งป่า
ร้อนถึงอาจารย
โยมแม่ทุกข์ใจเพราะลูก

 

เสน่ห์ป่าพรหมาจารีย์


วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2519 เมื่องานการก่อสร้างตามโครงการแห่งความฝัน ซึ่งเคยตั้งปณิธารและได้พูดคุยกับคุณทองหล่อที่น้ำตกแพงน้อย เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 (พลิกกลับไปดู นึกถึงอดีต) ได้สำเร็จสมดังปณิธานทุกประการ แต่ผู้บันทึกยังมีจิตผูกพันและต้องการที่จะอยู่ใกล้เขตป่าพรหมจารีย์ ซึ่งหมายถึงป่าที่ยังไม่เคยถูกทำลายเป็นป่าโปร่งมีไม้ใหญ่มากหลายชนิด เป็นป่าที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง ผู้บันทึกขอเชิญชวนท่านผู้รักป่า มีรสนิยมเรื่องป่าให้เข้าไปสัมผัส ผู้ใคร่ต่อการศึกษาน่าเข้าไปศึกษา ผู้ใคร่ต่อการท่องไพรน่าสนใจ ใครต้องการกางเต๊นท์กลางป่าเขาเพื่อสัมผัสกับกลิ่นไอธรรมชาติน่าจะสัมผัสได้ เพราะป่าเป็นเหตุสมมุติฐานแห่งวิทยาการที่ควรศึกษา ผู้ต้องการเรียนรู้พฤกษาศาสตร์วิทยาอย่างแท้จริง น่าจะอยู่คลุกคลีกับป่าจริง หากมีข้อมูลน่าสนใจจะได้ช่วยถ่ายทอดออกมาให้เป็นประโยชน์ เพื่อคุ้มครองป่าไว้ให้อนุชนที่รักป่าได้มีโอกาสศึกษาต่อไปความต้องการที่จะอยู่ใกล้เขตป่าพรหมจารีย์นั้น เพื่อต้องการดูแลป่า คุ้มครองป่าไม่ให้ถูกทำลายลงอีก เพราะผู้ที่มีความต้องการอยากได้ที่ดินและป่านี้มีอยู่มาก อยากได้ไม้เพื่อตัดโค่นทำไม้แปรรูป เพื่อใช้ตนเองบ้าง ขายบ้าง รับจ้างทำไม้แปรรูปตามสั่งบ้าง เพื่อความอยู่รอดไปวันๆ แต่ที่ร้ายแรงคือ การตัดโค่นทำลายป่าลงเป็นสิบเป็นร้อยไร่ จุดไฟเผา เพื่อใช้ที่ดินทำไร่ ปลูกผัก ปลูกเผือก ปลูกมันสักระยะหนึ่งแล้วก็ทิ้งให้เป็นป่าเสื่อมสภาพมีให้เห็นอยู่ทั่ว เพราะไม้ที่เกิดใหม่ ล้วนแต่แคระแกร็นเป็นส่วนมาก สภาพการณ์ที่เห็นอยู่ของป่าเกิดใหม่เป็นอย่างนั้น จึงจำเป็นต้องไปอยู่ใกล้เขตป่าพรหมจารีย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

ผู้รู้งานต้องประสานเวลาให้ทันงาน งานจึงจะไม่เสีย ควรรีบทำงานที่ควรรีบ ควรต่องานที่ต้องรอ จึงชื่อว่าผู้ทันต่องาน ทันต่อเวลา

ผู้บันทึกเข้าใจและรู้ตัวดีว่า ตนไม่มีหน้าที่จะรับผิดชอบหรือแม้แต่การได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิทักษ์ป่า ดูแลป่า เหมือนพนักงานป่าไม้ที่มีผลประโยชน์ตอบแทนจากรัฐ ส่วนการสอดมือเข้าไปทำหน้าที่การงานของผู้อื่น คิดแล้วก็ไม่สมควร แต่บางทีก็คิดว่าสมควรด้วยเหตุผลบางประการจึงตัดสินใจทำ

แม้จะได้รับคำสาปแช่งอย่างหยาบคาย พร้อมด้วยเสียงหัวเราะเยาะ และพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนา ทั้งที่รู้ก็ต้องยอม ยอมให้คนเขาด่า ยอมให้หัวเราะ ยอมทุกอย่าง ญาติ มิตร ศิษย์บางคน เพียงเพื่อต้องการแลกกับการรักษาป่า คุ้มครองป่าให้คงอยู่คู่เกาะพะงันตลอดไป ด้วยความตั้งใจทีตกผลึกของบุคคลผู้ไม่มีหน้าที่โดยตำแหน่ง หากแต่มีหน้าที่โดยความเป็นมนุษย์ชาติผู้หนึ่ง

ฤกษ์ดียามดีและมงคลดีในวันเวลาที่ทำดี ออกจากที่พักเมื่อตะวันบ่ายคนเดียว เลยเที่ยงไปเพียงเล็กน้อย เดินขึ้นไปตามสายธารน้ำรัก ผ่านน้ำตกแพงใหญ่ น้ำตกขั้นบันได น้ำตกเซาะผา ที่ตกลงสู่วังน้ำรักปีนผาหินชัน ผ่านบ่อหิน ลานกลิ่นอาหาร น้ำตกแพรก จนกระทั่งเดินเข้าเขตป่าพรหมจารีย์และที่ใกล้กับที่เกิดป่าพรหมจารีย์นี้ เป็นป่าเกิดใหม่ ไม้แคระเตี้ย บางต้นเล็กยาวล้มนอนระนาบกับพื้นดินเหมือนไม้เถา ล้วนแต่เป็นไม้ไม่มีค่าทางเศรษฐกิจ พื้นผิวดินนั้นถูกฝนชะล้างแปรสภาพกลายเป็นดินที่ขาดอินทรีย์สาร ไม่เหมาะต่อการเกษตร ผู้ตัดโค่นทำลายป่าจึงปล่อยให้รกว่าง บางแห่งเต็มด้วยหญ้านานาชนิด บางแห่งเต็มด้วยเถาหม้อข้าวหม้อแกงลิง (ชาวบ้านเรียกว่า แขนงนายพราน)

พื้นที่เป็นสันเขาดูคล้ายแหลมยื่นออกมาจากสันเขาใหญ่ มีธารน้ำล้อมสามด้าน ด้านหนึ่งเป็นร่องธารน้ำแห้ง อีกด้านคือธารน้ำรักไหลขนาบหักมุม ทำให้เกิดอีกด้านหนึ่งที่น้ำล้อมไว้ เที่ยวตรวจดูภูมิลักษณ์เพื่อจะสร้างที่พักที่ไม่ขัดต่อโครงการสร้างป่าคืนป่า คืนน้ำให้กับธารน้ำแห้ง ที่สำคัญต้องอยู่ใกล้เขตป่าพรหมจารีย์ ในที่สุดก็ได้สถานที่เหมาะ

เย็นลงมากแล้ว ควรย้อนกลับที่พัก ขณะดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ธรรมชาติกำลังระบายแต่งแต้มเปลี่ยนสีและรูปทรงของเมฆหมอกริมฟ้า วิจิตรตระการตา ยากที่จะหาจิตรกรผู้เชี่ยวชาญในโลกมาเทียบเทียม แม้เวลาแสดงความมหัศจรรย์เพียงไม่กี่นาทีก็ต้องลับขอบฟ้าไป แต่ก็ถือว่ามีค่ามากที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ความไม่คงทนของรูปทรง สีแสงที่ปรากฏขึ้นแล้วอยู่ได้ไม่นานก็ลับหาย

ทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นเช่นนี้ เป็นวัฏสงสาร แต่บางอย่างทิ้งความดีชั่วไว้และบางอย่างไม่มีร่องรอยให้รู้เห็นเลย

ในขณะที่ดวงอาทิตย์ กำลังปรับเปลี่ยนผืนฟ้า นกกาฝูงใหญ่บินออกจากเกาะพะงันถิ่นอาหารอันอุดม มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะอ่างทองเป็นที่พักผ่อนหลับนอน บางตัวร้องเสียงกาๆ เหมือนจะบอกให้เพื่อนรู้ว่า “พวกเดียวกัน” และที่ไกลลิบ ออกไปทางหมู่เกาะอ่างทองดุจเดียวกัน มีจุดดำเล็กเป็นกลุ่ม กำลังมุ่งตรงมาทางเกาะพะงันปรากฏชัดขึ้นทุกทีนั่นคือ ค้างคาว “ค้างคาวบินมา ฝูงกาบินกลับ”

ชิวิตคู่เวรนี้ต้องแบ่งเวลากันหากิน เป็นกฏเกณฑ์ของความอยู่รอด ผู้บันทึกกลับถึงที่พักริมเขื่อนน้ำล้นเวลาประมาณทุ่มกว่าด้วยความปลอดภัย

 

(c) 1997-2008 KohPhangan.com
reproduction without permission prohibited.