วัยหนุ่ม
นึกถึงอดีต
เที่ยวธารเสด็จ
ถูกคว่ำขัน (คนไม่ใส่บาตร)
วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2518 ปกติทุกเช้าสามเณรชาญยุทธ จะออกบิณฑบาตรอาหารจากผู้มีจิตศรัทธา แล้วก็กลับมาที่พักริมเขื่อนน้ำล้น แบ่งอาหารใส่สำรับถวายผู้บันทึกเป็นประจำ เว้นแต่มีธุระไปที่อื่น เธอทำหน้าที่อุปัตฐากได้ดีไม่บกพร่องตลอดเวลาที่เข้ามาบรรพชาและอยู่ในสำนัก เธอเป็นกำลังช่วยแรงสร้างวนอุทยานน้ำตกแพงด้วยความเต็มใจตลอดที่อยู่ในสามเณร การบันทึกเกือบจะทุกตอนจะมีชื่อเธอปรากฏเสมอ เช้าของวันนี้ก็เหมือนกัน เธอออกไปบิณฑบาตรเป็นกิจวัตร แต่กลับมาบาตรเปล่า เล่าคำพูดของบางท่านให้ฟังด้วยสีหน้าหม่นหมองว่า
เณร เช้านี้ไม่มีถ่านหุงข้าว ไม่มีฟืนต้มแกง เขาว่าอย่างนั้น ผมไม่สบายใจจึงรีบกลับมา
ดีแล้วเณร วันนี้ท่านตัดเรา ดีกว่าท่านตัดไม้ ป่าไม้ต้นไม้ยืนอยู่ได้โดยไม่ถูกทำลาย เพราะเราเป็นต้นเหตุหวงห้าม แม้ชาวบ้านจะเฉดตัดไม่ศรัทธา ไม่ถวายปัจจัยบิณฑบาตรเรา เราต้องพอใจ คนเราเมื่อต้องการยืนยันสิ่งหนึ่งก็ต้องยอมสูญเสียบางสิ่ง เมื่อเรายืนยันจะทำในสิ่งที่ญาติโยมยังไม่เข้าใจ เราก็ต้องยินดียอมรับชะตากรรม แม้สิ่งที่เรากระทำจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ส่งผลไปถึงลูก หลาน เหลน โหลนต่อไป ซึ่งเป็นสายเลือดของท่านผู้ที่ตัดเราวันนี้
อาจารย์ครับ เช้านี้ไม่มีอะไรฉัน ข้าวสารก็ไม่มี
เณรไม่ต้องตกใจ เธอลองไปหาโยมแม่บุญญา ให้ช่วยหุงข้าวสุกสักหม้อ แกงสักหม้อ เราสององค์ก็พอ แต่เธอต้องรอนำอาหารมาเอง ไม่ต้องให้โยมแม่ต้องเป็นภาระนำมาอีก หากโยมแม่ซักถามหรือไม่ถาม ไม่ควรบอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้โยมแม่ไม่สบายใจ
สามเณรกำลังห่มผ้าเตรียมตัวยังไม่ทันออกจากที่พัก โยมแม่ชื่น บุญญา คุณป้าเน้ย โชติช่วง คุณป้าพิณ ศรีทองกุล คุณน้ากลิ่น พลูเพิ่ม ซึ่งมีข้าวของใส่กระเฌอกันมา กำลังเดินเข้ามาที่พัก เมื่อเข้ามาถึง โยมแม่จึงถามขึ้นก่อนว่า
เณร ฉันเช้าแล้วหรือยัง
ยังไม่ได้ฉันครับ เณรตอบ
เมื่อโยมแม่และคนทั้งสามวางของที่เทินลงแล้ว ฟังท่านทั้งสามพูดพอสรุปได้ความว่า
เจ้ามาอยู่ที่นี่สบายดีนะ ตั้งแต่เจ้ามาสร้างเขื่อนที่นี่ฉันไม่เคยมาเลย พอดีเมื่อวานชื่นมันชวนให้เตรียมของมาเลี้ยงเพล ถึงได้มา
คุณป้าเน้ยพูดว่า เจ้าทำอ่างน้ำ เก็นน้ำไว้น่าอาบ เสียงเด็กพูดกันว่ามาอาบน้ำที่นี่น้ำมากสนุกดี
คุณป้าพิณก็ว่า เออ เพราะน้ำมากอย่างนี้เองที่พวกเด็กพูดว่าเอาผ้ามาซักที่เขื่อนของมหาดีกว่า น้ำมากสะดวกดี
คุณน้ากลิ่นพูดเปรยขึ้นว่า ที่อื่นน้ำไม่ค่อยมี วันนั้นฝนตกให้พอมีน้ำใช้ นี่เริ่มแห้งอีกแล้ว ปีนี้บ้านเราแล้ง ที่บ้านอื่นเมืองอื่นน้ำท่วม
โยมแม่และคนทั้งสามปากก็พูดมือกุลีกุจอจัดที่นั่ง จัดอาหารคาวหวานใส่ภาชนะ เมื่อเรียบร้อยก็เรียกสามเณรมาประเคน อาหารเพลในวันนี้ผ่านไปด้วยดี
วันต่อๆ มา สามเณรได้ซื้อข้าวสารมาเก็บไว้หุง หาเครื่องแกงตลอดผักหญ้า ปลาแห้งมาเตรียมไว้ทำอาหาร บางวันโยมแม่ก็มาถวายบ้าง คนอื่นที่ยังมีศรัทธาก็มาถวาย จนปวารณาถึงออกพรรษาๆ แล้วก็ยังมีผู้มาถวายอาหารบ้าง ผู้ที่มาหรือไม่มา ผู้บันทึกคิดว่าคงไม่มีใครรู้เรื่องสามเณรชาญยุทธ ออกบิณฑบาตรไม่มีคนใส่กลับมาบาตรเปล่า หากรู้ปฏิกิริยาของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร ผู้บันทึกไม่อาจคาดเดาได้ จะเกิดอะไรช่างเถิด เมื่อจะเกิดก็ต้องเกิด เพียงว่า
เมื่อตนได้รับประโยชน์จากสิ่งใด ก็ควรทำประโยชน์ให้กับสิ่งนั้น เพื่อทุกคนจะได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้นด้วยกันตลอดไป
(c) 1997-2008 KohPhangan.com reproduction without permission prohibited.