วัยหนุ่ม
นึกถึงอดีต
เที่ยวธารเสด็จ
ชาวบ้านเริ่มถอยศรัทธา
เขื่อนน้ำล้น น้ำไม่ได้ล้นเหมือนก่อนอีก แต่ยังมีพอให้เด็กได้อาบ ความแห้งแล้งในครั้งนี้ ทำให้ลำธารตอนที่ราบลุ่มซึ่งไม่เคยแห้งมาก่อนก็มาขาดน้ำในปีนี้ ผู้บันทึกถูกด่าว่าอย่างรุนแรงว่า เป็นความผิดที่สร้างเขื่อนน้ำล้นเอาเปรียบสังคม เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่เห็นความลำบากเดือดร้อนของผู้อื่น นาก็ไม่ได้ทำ สัตว์เลี้ยงไม่มีน้ำกิน คนไม่มีน้ำจะอาบ บางท่านถึงกับแค้นเคืองพูดว่า ควรขึ้นไปปล่อยน้ำในเขื่อนออกให้หมด จะได้ใช้น้ำบ้างบ้างก็ว่าขึ้นไปทุบทำลายเขื่อนเสียก็หมดเรื่อง
วันหนึ่งได้ชวนสามเณรชาญยุทธ ไปทำธุระที่วัดราษฎร์เจริญเสร็จกิจแล้วกลับมาก็เห็นอ่างน้ำเหลือแต่ทราย เพราะเขื่อนน้ำล้นประตูน้ำและประตูปล่อยทรายถูกเปิดทิ้งไว้ให้น้ำไหลออกหมด สาธุ! ยังดีที่ท่านยังคงเขื่อนไว้ไม่ให้ถูกทำลาย โธ....ลูกเอ๋ย ก็น้ำในเขื่อนมีไม่ถึง 50 ลูกบาศก์เมตร เปิดประตูให้น้ำไหลออกจนหมดอ่างน้ำก็ไหลไปไม่ถึงที่ราบลุ่ม ถูกดินทรายในธารน้ำที่แห้งดูดซับเอาไว้หมดก่อน
นี้แหละความเข้าใจผิด เมื่อลงมือกระทำตามความเข้าใจผิดนั้นย่อมยังความพินาศให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ซึ่งชีวิตพึงควรทำความเข้าใจต่อสรรพสิ่งก่อนกระทำ
หน้าร้อนปีนี้ เขื่อนน้ำล้นเป็นที่ชุมนุมของเด็กและผู้คนที่เคยเข้ามาอาบน้ำในเขื่อนเป็นประจำ ครั้นมาเห็นเขื่อนน้ำล้นขาดน้ำ กลายเป็นเขื่อนน้ำแห้งไม่มีน้ำจะอาบ ต่างพากันเดินกลับ พวกเธอคิดอะไรบ้าง? ไม่อาจรู้ ไม่ใช่เรื่องใครจะได้เปรียบเสียเปรียบหรอก เป็นเรื่องของห้วงเวลาที่ขาดน้ำ แต่ผู้บันทึกก็ถูกด่า ถูกโจมตี ถูกวิพากษ์ในทางเสื่อมเสียอย่างไม่น่าฟัง บุคคลที่เคยให้ความเคารพเชื่อถือมาก่อนก็มาเสื่อมคลายศรัทธา เมินหน้าหนี เกลียดชังรังเกียจ ยากนักที่โอกาสจะอำนวยให้ได้รู้ได้เห็น จนอิ่มขนาดนี้
ปลายพฤศจิกายน พ.ศ. 2518 พายุมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มพัดฝนมากระหน่ำ น้ำไหลหลากท่วมที่ราบลุ่ม ทำให้เกษตรเสียหายไปบ้างความเสียหายที่เกิดเพราะน้ำท่วมนี้ ผู้บันทึกก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ปล่อยน้ำในเขื่อนแกล้งชาวบ้าน
พวกเธอน่าจะพิจารณาจากภาวะธรรมชาติ ดินฟ้าอากาศของฤดูกาล ช่างเถิด.....
(c) 1997-2008 KohPhangan.com reproduction without permission prohibited.