บันทึกเรื่องวนอุทยานน้ำตกแพง
หน้าแรก
สารบัญ

วัยหนุ่ม

นึกถึงอดีต

เที่ยวธารเสด็จ

ศึกษาคำว่าอุทยาน
เที่ยวชมป่า ป่าถูกทำลาย
เริ่มสำรวจธารน้ำรัก
สร้างศาลา
สร้างที่พัก
สร้างเขื่อนน้ำล้น
ชาวบ้านเริ่มถอยศรัทธา
ห้ามตัดไม้ทำลายป่าเขตเขาไม้งาม
ถูกคว่ำขัน (คนไม่ใส่บาตร)
ไปเยี่ยมคารวะอาจารย
เสน่ห์ป่าพรหมาจารีย
วางแผนปลูกไม้คืนป่า
ปลูกไม้คืนป่า
สร้างกุฏิน้อย
คืนน้ำให้ธารด้วน
สำรวจหาที่สร้างเรือนพักรับรอง
เจ้าหน้าที่ของกองอุทยานฯ
รับคนงาน
ตกแต่งป่า
ร้อนถึงอาจารย
โยมแม่ทุกข์ใจเพราะลูก

 

ชาวบ้านเริ่มถอยศรัทธา


เดือนกันยายน-ตุลาคม กับอีกครึ่งเดือนพฤษจิกายน ของปี พ.ศ. 2518 ที่ฝนทิ้งช่วงนาน เป็นเหตุให้ลำธารหลายสายขาดน้ำยิ่งธารน้ำรักด้วยแล้ว ปีนี้น้ำแห้งมากจนน้ำตกแพงทั้งสองแห่ง มองแล้วเห็นแต่ลาดผาหิน ยิ่งใต้เขื่อนน้ำล้นมีน้ำขาดเป็นช่วง สัตว์น้ำต่างก็ถึงหายนะ เห็นแล้วเอน็จอนาจ น่าสังเวช แต่ช่วยอะไรไม่ได้ ปลา กุ้งตัวเล็กตายเน่าแห้งบนทราย นกกินปลาลงจิกปลา-กุ้งเป็นอาหารในบึงน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน เช่น ตะกวด ก็ลงค้นหาอาหารด้วยความหิว ในภาวะลำธารขาดน้ำอย่างนี้ใครจะช่วยได้นอกจากฟ้าฝน จึงจะพ้นวิกฤตการณ์

เขื่อนน้ำล้น น้ำไม่ได้ล้นเหมือนก่อนอีก แต่ยังมีพอให้เด็กได้อาบ ความแห้งแล้งในครั้งนี้ ทำให้ลำธารตอนที่ราบลุ่มซึ่งไม่เคยแห้งมาก่อนก็มาขาดน้ำในปีนี้ ผู้บันทึกถูกด่าว่าอย่างรุนแรงว่า “เป็นความผิดที่สร้างเขื่อนน้ำล้นเอาเปรียบสังคม เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่เห็นความลำบากเดือดร้อนของผู้อื่น นาก็ไม่ได้ทำ สัตว์เลี้ยงไม่มีน้ำกิน คนไม่มีน้ำจะอาบ” บางท่านถึงกับแค้นเคืองพูดว่า ควรขึ้นไปปล่อยน้ำในเขื่อนออกให้หมด จะได้ใช้น้ำบ้างบ้างก็ว่าขึ้นไปทุบทำลายเขื่อนเสียก็หมดเรื่อง

วันหนึ่งได้ชวนสามเณรชาญยุทธ ไปทำธุระที่วัดราษฎร์เจริญเสร็จกิจแล้วกลับมาก็เห็นอ่างน้ำเหลือแต่ทราย เพราะเขื่อนน้ำล้นประตูน้ำและประตูปล่อยทรายถูกเปิดทิ้งไว้ให้น้ำไหลออกหมด สาธุ! ยังดีที่ท่านยังคงเขื่อนไว้ไม่ให้ถูกทำลาย โธ....ลูกเอ๋ย ก็น้ำในเขื่อนมีไม่ถึง 50 ลูกบาศก์เมตร เปิดประตูให้น้ำไหลออกจนหมดอ่างน้ำก็ไหลไปไม่ถึงที่ราบลุ่ม ถูกดินทรายในธารน้ำที่แห้งดูดซับเอาไว้หมดก่อน

นี้แหละความเข้าใจผิด เมื่อลงมือกระทำตามความเข้าใจผิดนั้นย่อมยังความพินาศให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ซึ่งชีวิตพึงควรทำความเข้าใจต่อสรรพสิ่งก่อนกระทำ

หน้าร้อนปีนี้ เขื่อนน้ำล้นเป็นที่ชุมนุมของเด็กและผู้คนที่เคยเข้ามาอาบน้ำในเขื่อนเป็นประจำ ครั้นมาเห็นเขื่อนน้ำล้นขาดน้ำ กลายเป็นเขื่อนน้ำแห้งไม่มีน้ำจะอาบ ต่างพากันเดินกลับ พวกเธอคิดอะไรบ้าง? ไม่อาจรู้ ไม่ใช่เรื่องใครจะได้เปรียบเสียเปรียบหรอก เป็นเรื่องของห้วงเวลาที่ขาดน้ำ แต่ผู้บันทึกก็ถูกด่า ถูกโจมตี ถูกวิพากษ์ในทางเสื่อมเสียอย่างไม่น่าฟัง บุคคลที่เคยให้ความเคารพเชื่อถือมาก่อนก็มาเสื่อมคลายศรัทธา เมินหน้าหนี เกลียดชังรังเกียจ ยากนักที่โอกาสจะอำนวยให้ได้รู้ได้เห็น จนอิ่มขนาดนี้

ปลายพฤศจิกายน พ.ศ. 2518 พายุมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มพัดฝนมากระหน่ำ น้ำไหลหลากท่วมที่ราบลุ่ม ทำให้เกษตรเสียหายไปบ้างความเสียหายที่เกิดเพราะน้ำท่วมนี้ ผู้บันทึกก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ปล่อยน้ำในเขื่อนแกล้งชาวบ้าน

พวกเธอน่าจะพิจารณาจากภาวะธรรมชาติ ดินฟ้าอากาศของฤดูกาล ช่างเถิด.....

 

(c) 1997-2008 KohPhangan.com
reproduction without permission prohibited.