บันทึกเรื่องวนอุทยานน้ำตกแพง
หน้าแรก
สารบัญ

วัยหนุ่ม

นึกถึงอดีต

เที่ยวธารเสด็จ

ศึกษาคำว่าอุทยาน
เที่ยวชมป่า ป่าถูกทำลาย
เริ่มสำรวจธารน้ำรัก
สร้างศาลา
สร้างที่พัก
สร้างเขื่อนน้ำล้น
ชาวบ้านเริ่มถอยศรัทธา
ห้ามตัดไม้ทำลายป่าเขตเขาไม้งาม
ถูกคว่ำขัน (คนไม่ใส่บาตร)
ไปเยี่ยมคารวะอาจารย
เสน่ห์ป่าพรหมาจารีย
วางแผนปลูกไม้คืนป่า
ปลูกไม้คืนป่า
สร้างกุฏิน้อย
คืนน้ำให้ธารด้วน
สำรวจหาที่สร้างเรือนพักรับรอง
เจ้าหน้าที่ของกองอุทยานฯ
รับคนงาน
ตกแต่งป่า
ร้อนถึงอาจารย
โยมแม่ทุกข์ใจเพราะลูก

 

วัยหนุ่ม


ในวัยหนุ่ม ผู้บันทึกได้เคยไปเที่ยวเพลิดเพลินและประทับใจกับ “ธารน้ำรัก” สนุกสนานกับการจับกุ้งขยะ กุ้งคูลัน กุ้งหลวง ปลาดุก ปลาช่อน ปลาเนื้ออ่อน ปลาตะเพียนฯลฯ หาได้ง่าย ไม่ต้องซื้อ ใครอยากจะกินกุ้งปลาก็ตำพริกแกงรอไว้ก่อน ให้เพื่อนถือตะกร้าไปจับกุ้งจับปลาด้วยมือเปล่าที่ “ธารน้ำรัก” ไม่เคยผิดหวัง ต่อมาสัตว์น้ำที่เอ่ยถึงเริ่มหายากเข้าทุกที เพราะถูกพรานปลาบางคนละโมภและมักง่าย ไม่คำนึงถึงผลเสียระยะยาว ท่านไม่เสียเวลาจับปลาด้วยวิธีเก่า ท่านใช้ยาเบื่อปลารากโลหติน (พานไหน) และอัดด้วยระเบิด ซึ่งล้วนแต่ทำลายผลาญชีวิตสัตว์น้ำน้อยใหญ่จำนวนมากอย่างไร้ความจำเป็น บางครั้งเห็น กุ้ง ปลา ปู อยู่ทางตอนใต้ของลำธารพากันตายลอยไปตามกระแสน้ำ บ้างก็กระเสือกกระสนดิ้นอยู่ตามตลิ่ง สุดคณา ไม่มีใครสกัดห้ามปรามบรรดาพรานปลาปล่อยให้พวกท่านทำตามใจเรื่อยไป

บัดนี้ลูกๆ ของพรานปลาเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว ขณะที่สัตว์น้ำซึ่งเคยเป็นเสน่ห์ประดับลำธารหมดไปแล้ว พวกเธอจึงหมดโอกาสได้เที่ยวตะลุยธาร สัมผัสชีวิตแบบพื้นฐานนั่นอีก

แร่ดีบุก เป็นทรัพยากรธรรมชาติก็มีปะปนอยู่มาก ในดิน กรวด ทรายตลอดในธารเล็กธารน้อยที่ไหลลงสู่ธารน้ำรักเป็นเหตุหนึ่งที่ล่อใจให้ผู้คนเข้าไปสู่ “ธารน้ำรัก” เพื่อร่อนแร่ ผู้บันทึกก็เคยเข้าไปร่อนหาเป็นรายได้ ต่อมาแร่ก็หายากลำบากขึ้น

เมื่อมีแร่มากก็มีคนมาก เมื่อแร่มีน้อยคนก็น้อยตาม ทุกวันนี้หาคนร่อนแร่ไม่ได้เลย เป็นธรรดา ไม่ว่าที่ไหนเมื่อหมดสินทรัพย์ผู้คนก็หนีห่างแม้แต่กับคนด้วยกันเอง

ทั้งสองฟากลำธาร พันธุ์ไม้น้อยใหญ่หลากชนิดยืนต้นแผ่กิ่งก้านปกคลุมธารน้ำให้ร่มรื่น ไม้ต้นไหนมีราคาก็ถูกตัดโค่น แปรรูปตามต้องการไม้ผลเช่น มะปลิง ดีงู หว้าใหญ่ (ขี้กวาง) ลูกลน ลูกเลแคม ลูกวา กะท้อน มะม่วง ลูกกอ (เกาลัดพื้นเมือง ลูกเล็ก) และผลไม้อื่นอีกมากมาย แต่ที่มีประโยชน์ต่อชาวบ้านมากเช่น ลูกกอ มีคนเข้าไปเก็บส่งขายตลาดกันมากบรรดาสัตว์ป่าเมื่อถึงฤดูผลไม้ก็ลิงโลดออกมาหากิน เช่น ลิง ค่าง กระรอก กระแต หมูป่าฯลฯ ฝูงลิงฝูงค่างนับสิบเที่ยวกัดกินผลไม้ พวกมันไม่แตกตื่นคน แต่สัตว์สองจำพวกนี้ถูกล่าแทบทุกวัน จึงเตลิดหนีเข้าป่าลึก ไม่ค่อยมีโอกาสพบเห็น แต่ก็ยังถูกล่าอยู่นั่นเอง ส่วนนกและหมูป่า ก็ถูกล่าด้วยเหมือนกัน นกบางจำพวกเช่น นกโวก (คิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว) กวางป่า ซึ่งพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานไว้สำหรับเกาะพะงันมี 5 ตัว ในตอนนั้นแม้พวกมันเที่ยวเลาะเล็มหญ้าตามสวนในหมู่บ้าน ก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องทำร้าย เว้นแต่พวกมันจะทำร้ายคนก่อน พวกมันเที่ยวกินไปอิสระ จนเพลินเข้าสู่ป่าใหญ่ นานเข้าก็แพร่พันธุ์อยู่ตามป่าเขา เที่ยวออกมากินผักหญ้าของชาวไร่ ถูกชาวไร่ยิงตายลงบ้าง มีผู้คอยหาโอกาสลอบยิงบ้างและนักล่าก็มีมากขึ้น จนเจียนจะสูญพันธุ์

กวางพระราชทานยังถูกทำร้ายได้ สัตว์ป่าไหนเลยจะรอดพ้น

ป่าส่วนใดที่พอจะทำไร่ได้ก็ถูกทำลาย โดยไม่คำนึงว่าไม้แต่ละต้นที่ถูกทำลาย ซึ่งกินเนื้อที่นับเป็นร้อยไร่ หมายถึงการสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ของชาติอย่างมหาศาล เป็นต้นเหตุแห่งการทำลายแหล่งน้ำลำธาร ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ตลอดถึงสิ่งที่เกี่ยวพันกับป่า มันมากพอจะพูดให้เป็นที่เข้าใจได้ว่า เพียงเพื่อทำไร่ปลูกข้าวปลูกหญ้าชั่วระยะ

ไม่ผิดอะไรกับเผาเงินล้านหาเหรียญบาท

ผู้บันทึก ได้เห็นการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอย่างน่าเศร้า จึงเกิดความรู้สึกนึกคิดต่างๆ นานา แต่ไม่อาจพูดออกมาให้ใครรับรู้ ต้องเก็บความรู้สึกไว้ในใจ

ทุกคนมีสิทธิ์คิดเพ้อฝันได้ แต่จงระวัง อย่าทำตามความคิดเพ้อฝันทุกอย่างไป

วันที่ 15 มกราคน พ.ศ. 2492 ผู้บันทึกนั่งอยู่คนเดียวริมวังแห่งหนึ่งของธารน้ำ จิตสำนึกที่ไม่อาจพูดจึงแสดงออกเพื่อให้ปรากฏ ด้วยการเขียนอักษรที่ผาหินเหนือวังน้ำใกล้จุดน้ำตกว่า “ธารน้ำรัก” เพ่งดูอักษรสีดำเขียนด้วยถ่านอยู่ครู่หนึ่ง ความคิดความฝันก็เกิดขึ้นอีก และแล้วได้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่า “หากป่าแห่งธารน้ำนี้ยังไม่ถูกทำลาย ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดมายึดเป็นกรรมสิทธิ์เสียก่อน หากตนมีโอาสที่เป็นไปได้ด้วยประการใดก็แล้วแต่ จะต้องจัดเอาป่าบริเวณนี้ สร้าง “วนอุทยาน” ให้ได้

หลังจากวันเพ้อฝันไม่กี่วัน จึงนำฆ้อน เหล็กสกัด ขึ้นไปสกัดอักษรที่เขียนไว้ให้เป็นรอยลึก ซึ่งยากจะลบเลือน เด็กรุ่นหลังจึงเรียกวังน้ำแห่งนั้นว่า “วังน้ำรัก”

ความคิดฝันเมื่อยังไม่ได้ลงมือกระทำให้ปรากฏ มันก็ยังเป็นเพียงความฝันที่ถูกเก็บเงียบบ้าง รอโอกาสบ้างและกำลังจะเริ่มบ้าง ความสำเร็จอาจรอผู้ที่พยายามอยู่ข้างหน้า

 

(c) 1997-2008 KohPhangan.com
reproduction without permission prohibited.