ประเพณีชักพระทางน้ำ อำเภอเกาะพะงัน
สำหรับประเพณีชักพระเกาะพะงัน มีความแตกต่างจากที่อื่น คือ ถือเอาวันแรม 8 ค่ำเดือน 11 เป็นวันชักพระ ด้วยเหตุที่ต้องอาศัยปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ลมและน้ำ เนื่องจากเป็นการชักพระทางน้ำ ใช้อ่าวท้องศาลาเป็นบริเวณงาน
ประเพณีชักพระทางน้ำเกาะพะงันเกิดขึ้นเมื่อใด ยากที่จะหาคำตอบได้แน่ชัด แต่จากการสอบถามผู้สูงอายุวัย 96 ปี ก็มีเพียงคำตอบที่คาดว่าน่าจะเป็นเวลาร้อยปีเศษมาแล้ว เพราะเมื่อเป็นเด็กก็มีประเพณีนี้แล้ว โดยทุกฝ่ายพร้อมเพรียงกันจัดงาน ดังคำกล่าวว่า "พระช่วยฟันพาย หญิงชายทุกวัยไปลงเรือ" บ้านทุกหลังเป็นบ้านร้าง 3 วัน ในทะเลเต็มไปด้วยเรือมาด เรือเพรียว นับ 100 ลำ ที่ผูกโยงกับเชือกเส้นเดียวกันจากเรือพนมพระ ช่วยกันพายลากเรือพนมพระไปทั่วบริเวณอ่าวท้องศาลา พร้อมกับร้องเพลงชักพระที่มีทำนองไพเราะ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
กิจกรรมภาคกลางวัน มีการทำบุญเลี้ยงพระช่วงเช้า แล้วทุกคนไปลงเรือแห่พระ จนได้เวลาถวายภัตตาหารเพลจึงหยุดพัก ภาคบ่าย ลงเรือแห่พระ ร้องเพลง แข่งเรือพาย ประกวดเรือพระ เป็นต้น จนถึง 5 โมงเย็น ในภาคกลางคืน มีการร่วมฟังพระธรรมเทศนา ทำกิจกรรมดังกล่าวนี้จนครบ 3 วัน โดยมีวัดราษฎร์เจริญเป็นศูนย์กลางการจัดงาน
ต่อมา สภาพเศรษฐกิจและสังคมเกาะพะงัน เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของชาวไทยและชาวต่างประเทศ อาชีพและการดำเนินชีวิตของชาวเกาะพะงันก็เปลี่ยนแปลงไป การจัดและร่วมกิจกรรมงานชักพระก็ไม่สามารถทำได้เหมือนก่อน โดยเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปบ้าง
อย่างไรก็ตาม ชาวเกาะพะงันก็ไม่มีวันทอดทิ้งงานประเพณีสำคัญนี้ ได้ร่วมมือกันจัดงานมาทุกปี ไม่เคยขาด เป็นที่ชื่นชมของผู้มาพบเห็นและผู้มาร่วมงานได้รับความสุขกันถ้วนหน้า สร้างความสมานสามัคคีพร้อมกับการทนุบำรุงพระพุทธศาสนาได้อย่างดียิ่ง
เพลงชักพระนี้ จะนำมาร้องกันในงานประเพณีชักพระเท่านั้น ส่วนการถ่ายทอดเพลง และการแต่งเพลงนั้น เป็นไปตามธรรมชาติ คือเมื่อเรียนรู้ฉันทลักษณ์ ก็ไปแต่งเองตามชอบใจ ผู้ที่แต่งไม่ได้ ก็ต้องขอให้ผู้อื่นแต่งให้
การร้องเพลงชักพระ ในเรือแต่ละลำ จะมีหญิงล้วน หรือชายล้วนลำละ 4-5 คน ถ้าเป็นเรือของผู้หญิง คนที่นั่งหัวเรือมักจะเป็นคนสวย คนท้ายเรือเป็นผู้อาวุโส คอยดูแลคุ้มครองสาว ๆ ไม่ให้เรือผู้ชายเข้ามาใกล้นัก เรือผู้ชายก็จะร้องเพลงไปพร้อม ๆ กับซัด (ปา) สาหร่ายไปที่เรือผู้หญิง แต่หากใครเข้าไปจับกราบเรือผู้หญิง ก็จะถูกตีด้วยไม้พายของผู้อาวุโสท้ายเรือ ผู้ชายจึงมักร้องอ้อนว่า "ขอโทษนายท้ายไหว้ก่อนทัก อย่าข้องอย่าขัดเลยหนา" ถ้าเป็นทั่ว ๆ ไปอาจจะร้องว่า "พบคนรู้จัก ทักกันตามควร ยกม้วนหร่ายดัก สวัสดี" ซึ่งในเรือแต่ละลำมีพ่อเพลง-แม่เพลงร้องนำ และมีลูกคู่รับ
การแต่งกายในการร้องเพลงชักพระ แต่เดิมไม่พิถีพิถันกันนัก เพียงแต่ให้ดูเรียบร้อย ต่อมามีการจัดทีม จึงมีเสื้อทีมสีต่าง ๆ และเปลี่ยนจากนุ่งโจงกระเบนมาเป็นนุ่งผ้าถุง ใส่หมวกสีต่าง ๆ เป็นทีม ๆ ไป
เมื่อปี พ.ศ. 2521 นายเถกิงศักดิ์ พัฒโน นายอำเภอเกาะพะงันในขณะนั้น (ปัจจุบันเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน) ได้เขียนถึงการแห่พระน้ำเกาะพะงันไว้ว่า...
ตัวอย่างกลอนประกวดเพลงชักพระอำเภอเกาะพะงัน ปีพ.ศ. 2540 ของโรงเรียนบ้านมะเดื่อหวาน
c) 1997-2007 KohPhangan.com reproduction without permission prohibited.